สอบเทียบ GED คืออะไร

สอบเทียบ GED คืออะไร ทางเลือกเข้ามหาลัยคณะในฝันได้เร็วกว่าเดิม

บทความ

ในยุคที่การศึกษามีทางเลือกหลากหลาย การเรียนในห้องเรียนตามระบบปกติอาจไม่ใช่คำตอบเดียวสำหรับทุกคน น้อง ๆ หลายคนที่มีเป้าหมายชัดเจนว่า อยากเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีให้เร็วขึ้น มักจะมองหาเส้นทางลัดที่เรียกว่าการ “สอบเทียบ” ซึ่งปัจจุบันระบบที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือหลักสูตร GED บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกว่าการสอบเทียบด้วยระบบนี้คืออะไร มีขั้นตอนอย่างไร และสามารถใช้สอบเทียบเข้ามหาลัย ในฝันได้อย่างไรบ้าง

การสอบเทียบคืออะไร

การสอบเทียบ คือกระบวนการสอบวัดระดับความรู้เพื่อรับวุฒิการศึกษาที่เทียบเท่ากับระบบการศึกษาปกติ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเรียนในโรงเรียนจนครบตามหลักสูตร เช่น การสอบเพื่อให้ได้วุฒิเทียบเท่ามัธยมศึกษาปีที่ 6 (ม.ปลาย) ซึ่งในประเทศไทยมีระบบรองรับหลายรูปแบบ ทั้งการศึกษานอกระบบ (กศน.), ระบบ IGCSE & A Level ของฝั่งอังกฤษ หรือหลักสูตรยอดฮิตอย่าง GED ของฝั่งอเมริกา ซึ่งวุฒิเหล่านี้สามารถนำไปใช้สมัครเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาได้ทั้งในและต่างประเทศ

การสอบเทียบ GED คืออะไร

GED ย่อมาจาก General Educational Development เป็นหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับมัธยมปลายของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการของไทยให้การรับรองว่าเทียบเท่ากับวุฒิ ม.6 

จุดเด่นที่ทำให้เด็กไทยนิยมใช้ GED เพื่อสอบเทียบเข้ามหาลัย คือความรวดเร็วและความยืดหยุ่น เพราะสอบเพียง 4 รายวิชาเท่านั้น ได้แก่ คณิตศาสตร์ (Mathematical Reasoning), ภาษาอังกฤษ (Reasoning Through Language Arts), สังคมศึกษา (Social Studies) และวิทยาศาสตร์ (Science) ข้อสอบทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ หากสอบผ่านเกณฑ์ที่กำหนดก็จะได้รับประกาศนียบัตร (Diploma) และใบรายงานผลคะแนน (Transcript) ทันที

4 ขั้นตอนการสอบเทียบ GED ให้ผ่านฉลุย

ขั้นตอนการสอบเทียบ GED

ขั้นตอนสอบเทียบ GED มีดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมตัวและติวสอบ 4 วิชาหลัก

เนื่องจากข้อสอบเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด การเตรียมตัวจึงต้องเน้นทั้งความรู้ในรายวิชาและทักษะภาษา น้อง ๆ สามารถเลือกอ่านหนังสือทบทวนด้วยตัวเอง หรือหากมีเวลาจำกัด การลงคอร์สติวระยะสั้นกับสถาบันเฉพาะทางก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะจะช่วยให้เข้าใจแนวข้อสอบและได้เทคนิคการทำโจทย์ที่ตรงจุดมากขึ้น

ขั้นตอนที่ 2 สอบ GED Ready

ก่อนลงสนามจริง กฎของ GED บังคับให้น้อง ๆ ต้องผ่านการทดสอบจำลองที่เรียกว่า “GED Ready” เสียก่อน ซึ่งเป็นการสอบออนไลน์ที่มีความยากใกล้เคียงข้อสอบจริงแต่ใช้เวลาน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง โดยต้องทำคะแนนให้ได้อย่างน้อย 145 คะแนนจาก 200 คะแนนในแต่ละวิชา จึงจะมีสิทธิ์จองวันสอบจริงได้

ขั้นตอนที่ 3 สอบ GED ให้ผ่านทั้ง 4 วิชา

เมื่อผ่าน GED Ready แล้ว ก็สามารถจองวันสอบและเลือกศูนย์สอบที่สะดวกได้เลย โดยศูนย์สอบในไทยมีทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด การสอบจะทำผ่านระบบคอมพิวเตอร์ที่ศูนย์สอบเท่านั้น (ไม่อนุญาตให้สอบที่บ้าน) เกณฑ์การผ่านคือต้องได้คะแนน 145 ขึ้นไปในทุกวิชา หากวิชาไหนไม่ผ่านก็สามารถลงสอบแก้ตัวใหม่ได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด

ขั้นตอนที่ 4 การเทียบวุฒิกับกระทรวงศึกษาธิการ

เมื่อสอบผ่านครบทั้ง 4 วิชาแล้ว ระบบจะส่ง E-Transcript และ E-Diploma มาให้ทางอีเมล น้อง ๆ สามารถนำเอกสารเหล่านี้ไปดำเนินการขอใบรับรองการเทียบวุฒิการศึกษาในระบบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการสมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยต่อไป

วุฒิสอบเทียบ GED ยื่นเข้าคณะอะไรได้บ้าง

สอบเทียบ GED ยื่นเข้าคณะอะไรได้บ้าง

วุฒิ GED เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง สามารถใช้ยื่นสอบเทียบเข้ามหาลัยได้เกือบทุกคณะ ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรนานาชาติ (Inter) หรือหลักสูตรภาคไทยปกติ เช่น คณะบริหารธุรกิจ, นิเทศศาสตร์, วิศวกรรมศาสตร์, ศิลปศาสตร์, นิติศาสตร์ เป็นต้น จะมีข้อจำกัดเพียงบางสาขาวิชาที่เกี่ยวกับการแพทย์ เช่น แพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ หรือเภสัชศาสตร์ ที่อาจไม่รับวุฒิเทียบในระบบของไทย (กสพท.) แต่อาจมีโอกาสยื่นสมัครในมหาวิทยาลัยต่างประเทศได้ ทั้งนี้ ควรตรวจสอบประกาศรับสมัครของแต่ละคณะให้ละเอียด เพราะบางแห่งอาจต้องการคะแนนอื่น ๆ ประกอบด้วย เช่น IELTS หรือ SAT

นอกจากวุฒิสอบเทียบอย่าง GED แล้ว ยังมีเส้นทางการศึกษาทางเลือกอื่นที่สามารถเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้เช่นกัน เช่น ผู้ที่เรียนสายอาชีพ ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่า จบ ปวส. ต่อมหาลัยได้ไหม และสามารถเทียบโอนหน่วยกิตได้หรือไม่ โดยเส้นทางนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยให้เข้าสู่ระดับปริญญาตรีได้เช่นกัน

สอบเทียบ GED เข้ามหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีได้ไหม

สำหรับผู้ที่สอบผ่าน GED และกำลังมองหาเส้นทางเรียนต่อระดับปริญญาตรี ไม่ต้องกังวลเรื่องโอกาสทางการศึกษา เพราะมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีเปิดรับผู้ที่ถือวุฒิสอบเทียบ GED รวมถึงวุฒิการศึกษาที่เทียบเท่าเข้าศึกษาต่อได้ในหลากหลายคณะ หลักสูตรถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ผู้เรียนยุคใหม่ที่ต้องการพัฒนาตัวเองและก้าวสู่สายอาชีพอย่างมั่นคง อีกทั้งยังมีทีมอาจารย์และเจ้าหน้าที่แนะแนวคอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การเลือกสาขาที่เหมาะสม การวางแผนการเรียน ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังมีรูปแบบการเรียนที่ยืดหยุ่น เหมาะกับผู้ที่ต้องการเรียนควบคู่ไปกับการทำงานหรือการพัฒนาทักษะด้านอื่น ๆ ทำให้ผู้ที่จบ GED สามารถเริ่มต้นเส้นทางการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยได้อย่างมั่นใจ พร้อมต่อยอดความรู้และสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับอนาคตของตนเองในระยะยาว

ค่าใช้จ่ายในการสอบเทียบ GED

ค่าใช้จ่ายจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ

  • ค่าสอบ GED Ready: รายวิชาละ 7.99 USD (สามารถสอบที่บ้านได้)
  • ค่าสอบ GED รอบจริง: รายวิชาละ 85 USD (ต้องสอบที่ศูนย์สอบเท่านั้น)

(อัตราค่าใช้จ่ายนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามค่าเงินบาทและนโยบายของเว็บไซต์)

สรุปบทความ

การเลือกเดินเส้นทางสอบเทียบโดยเฉพาะระบบ GED ถือเป็นทางลัดที่ช่วยประหยัดเวลาในวัยเรียนไปได้มาก เหมาะสำหรับคนที่มีเป้าหมายแน่วแน่และต้องการก้าวเข้าสู่ชีวิตมหาวิทยาลัยให้เร็วขึ้น แต่ก็แลกมาด้วยความรับผิดชอบและวินัยในการอ่านหนังสือที่สูงกว่าปกติ หากน้อง ๆ วางแผนการติวสอบอย่างรัดกุม ทำตามขั้นตอนอย่างครบถ้วน การคว้าวุฒิ ม.6 ภายในระยะเวลาสั้น ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถอย่างแน่นอน

มาร่วมสร้างอนาคตที่สดใสและก้าวไปสู่ความสำเร็จเร็วกว่าใคร ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เรามีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน หลักสูตรทันสมัย และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ พร้อมผลักดันศักยภาพของทุกคนให้โดดเด่นในสายอาชีพ สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสมัครเรียน ติดต่อได้เลยที่

  • สมัครออนไลน์ : https://bit.ly/bkkthon-blog-footer-aseo-feb-3
  • Facebook : มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี – BTU Admission
  • LINE OA: @bkkthon
  • Tel : 098-828-9344

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

อายุเท่าไหร่ถึงจะสามารถเริ่มสอบเทียบ GED ได้

เกณฑ์อายุขั้นต่ำในการสอบคือ 16 ปีบริบูรณ์ แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่อายุ 16-17 ปี จะต้องมีเอกสารยินยอมจากผู้ปกครอง (Consent Form) ส่งไปให้ทาง GED พิจารณาอนุมัติก่อน จึงจะสามารถสมัครสอบได้ ส่วนผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไป สามารถสมัครสอบได้เลยโดยไม่ต้องใช้เอกสารยินยอม

สอบเทียบ GED ไม่ผ่านสามารถสอบใหม่ได้ไหม

สามารถสอบใหม่ได้ หากสอบไม่ผ่านในรายวิชาใดรายวิชาหนึ่ง น้อง ๆ จะได้รับโควตาในการสอบแก้ตัววิชานั้นแบบไม่ต้องรอระยะเวลาสูงสุด 3 ครั้ง แต่ถ้าสอบครั้งที่ 3 แล้วยังไม่ผ่าน จะต้องเว้นระยะเวลาไปอีก 60 วัน จึงจะสามารถลงสมัครสอบในวิชานั้นได้อีกครั้ง

วุฒิ GED อยู่ ได้กี่ปี

วุฒิบัตร (Diploma) และใบรายงานผลคะแนน (Transcript) ของ GED นั้นไม่มีวันหมดอายุ สามารถเก็บไว้ใช้เป็นหลักฐานแสดงระดับการศึกษาเทียบเท่า ม.6 ได้ตลอดไป แต่อย่างไรก็ตาม หากจะนำไปยื่นสมัครเรียนต่อ ควรตรวจสอบเงื่อนไขของแต่ละมหาวิทยาลัยด้วยว่ามีข้อกำหนดเรื่องปีที่สำเร็จการศึกษาหรือไม่

Tag: