หลักสูตรปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (MPA)

หลักสูตรปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (MPA)

บทความ

การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในสายงานราชการและองค์กรสาธารณะ จำเป็นต้องใช้องค์ความรู้ที่ทันสมัยและทักษะการบริหารจัดการที่เฉียบคม หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า MPA จึงเป็นเป้าหมายอันดับต้น ๆ ของคนทำงานที่ต้องการเลื่อนวิทยฐานะและพัฒนาศักยภาพของตนเอง ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เรามุ่งมั่นพัฒนาหลักสูตรนี้เพื่อสร้างผู้นำยุคใหม่ที่มีความพร้อมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ รองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัลและสังคมเมืองที่ซับซ้อนขึ้น บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับหลักสูตรยอดฮิตนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

หลักสูตร MPA คืออะไร

MPA คือหลักสูตรปริญญาโทที่ย่อมาจาก Master of Public Administration หรือชื่อภาษาไทยคือ รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต เป็นศาสตร์ที่มุ่งเน้นเรื่องการบริหารจัดการภาครัฐ (Public Administration) โดยเฉพาะ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องการเมือง แต่ครอบคลุมถึงการบริหารคน บริหารงบประมาณ การวางแผนนโยบายสาธารณะ และการจัดการองค์กรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ผู้นำท้องถิ่น หรือแม้แต่พนักงานเอกชนที่ต้องทำงานประสานกับภาครัฐ

จุดเด่นของหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต

จุดเด่นของหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต

หลักสูตร MPA ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เป็นหลักสูตรที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนและตลาดแรงงานในปัจจุบัน โดยมีจุดเด่นที่สำคัญ ดังนี้

  • หลักสูตรทันสมัยและครอบคลุม: ออกแบบเนื้อหาให้สอดคล้องกับบริบทโลกยุคใหม่ เน้นการเรียนรู้เรื่องการจัดการในยุคโลกาภิวัตน์ เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับภาครัฐ และการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในศตวรรษที่ 21
  • รูปแบบการเรียนที่ยืดหยุ่น: เข้าใจคนทำงานด้วยทางเลือกการเรียนทั้งแบบภาคปกติ (เรียนเสาร์-อาทิตย์) และหลักสูตรทางไกล รองรับผู้เรียนที่อยู่ต่างจังหวัดหรือมีภาระงานรัดตัวให้สามารถเรียนจบได้โดยไม่กระทบงานประจำ
  • สร้างผู้นำที่ “ทันโลก”: มุ่งเน้นผลิตมหาบัณฑิตที่มีวิสัยทัศน์ สามารถนำนวัตกรรมไปปรับใช้ในการทำงานได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาท้องถิ่นสู่ Smart City หรือการบริหารจัดการองค์กรระดับประเทศ
  • เครือข่ายที่เข้มแข็ง: เป็นศูนย์รวมของบุคลากรภาครัฐและเอกชนจากหลากหลายหน่วยงาน ช่วยสร้างคอนเนกชัน (Connection) ที่ดีในการทำงานและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างเพื่อนร่วมรุ่น

โครงสร้างหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต

เพื่อให้ผู้เรียนได้รับความรู้ที่เข้มข้นและครอบคลุม หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต กำหนดให้ผู้เรียนต้องศึกษารวมตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต โดยแบ่งโครงสร้างออกเป็น 2 แผนการศึกษา คือ แผน ก 2 (ทำวิทยานิพนธ์) สำหรับผู้ที่ต้องการเน้นงานวิจัย และแผน ข (ทำสารนิพนธ์) สำหรับผู้ที่เน้นการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน ทั้งสองแผนจะมีโครงสร้างรายวิชาที่เข้มข้นไม่แพ้กัน เพื่อให้มั่นใจว่ามหาบัณฑิตทุกคนมีคุณภาพตามมาตรฐาน

หมวดวิชาเสริมพื้นฐาน (ปรับพื้นฐาน)

สำหรับผู้ที่ไม่ได้จบตรงสาย หรือต้องการปูพื้นฐานใหม่ให้แน่นก่อนเริ่มเรียนวิชาหลัก ทางหลักสูตรได้จัดเตรียมวิชาเสริมพื้นฐานไว้ให้ (ไม่นับหน่วยกิต) เพื่อเตรียมความพร้อมในการเรียนระดับมหาบัณฑิต เช่น

  • ภาษาอังกฤษสำหรับนักรัฐประศาสนศาสตร์
  • สถิติเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล
  • วิชาชีพและจรรยาบรรณทางรัฐประศาสนศาสตร์

หมวดวิชาบังคับพื้นฐาน (เรียนทุกคน)

เป็นรายวิชาแกนหลักที่นักศึกษา MPA ทุกคนต้องเรียน เพื่อให้เข้าใจหัวใจสำคัญของศาสตร์การบริหารภาครัฐ ประกอบด้วย

  • แนวคิดและทฤษฎีทางรัฐประศาสนศาสตร์
  • ระเบียบวิธีวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์
  • การบริหารนโยบายสาธารณะ
  • ทฤษฎีองค์การและการจัดการสมัยใหม่

หมวดวิชาเอก (เลือกกลุ่มวิชาที่สนใจ)

จุดเด่นของหลักสูตร MPA คือการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกเจาะลึกในแขนงวิชาที่ตรงกับเป้าหมายการทำงาน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มวิชาเอกหลัก ดังนี้

กลุ่มวิชาเอกการบริหารจัดการภาครัฐ เหมาะสำหรับข้าราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เน้นทักษะการบริหารองค์กรขนาดใหญ่ ตัวอย่างรายวิชา เช่น

  • การบริหารจัดการที่ดี
  • การบริหารการคลังและงบประมาณ
  • การบริหารทรัพยากรมนุษย์ในศตวรรษที่ 21
  • จริยธรรมผู้นำในภาครัฐ

กลุ่มวิชาเอกการบริหารจัดการท้องถิ่น เหมาะสำหรับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ อปท. (อบต., เทศบาล, อบจ.) ตัวอย่างรายวิชา เช่น

  • ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับการปกครองส่วนท้องถิ่น
  • การบริหารทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาบุคลากรส่วนท้องถิ่น
  • การบริหารการคลังท้องถิ่น
  • การจัดการเชิงกลยุทธ์ระดับท้องถิ่น

หมวดวิชาเอกเลือก (สัมมนาเจาะลึก)

เป็นการศึกษาหัวข้อพิเศษที่ทันสมัย เพื่อให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลก (เรียนตามกลุ่มวิชาเอกที่เลือก) ตัวอย่างรายวิชา เช่น

  • สัมมนาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศในภาครัฐ
  • สัมมนาการจัดการภาครัฐในยุคโลกาภิวัตน์
  • สัมมนายุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองและชุมชน
  • สัมมนาการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน

การทำวิทยานิพนธ์และการค้นคว้าอิสระ

ในขั้นตอนสุดท้ายของการศึกษา ผู้เรียนจะได้สังเคราะห์ความรู้ทั้งหมดผ่านการทำวิจัย โดยผู้เลือก แผน ก 2 จะต้องทำ วิทยานิพนธ์ (Thesis) จำนวน 12 หน่วยกิต ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงลึกเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ ส่วนผู้เลือก แผน ข จะทำสารนิพนธ์ (Independent Study) จำนวน 6 หน่วยกิต ซึ่งเน้นการศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในการทำงานและการหาแนวทางแก้ไข เป็นการฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ที่เป็นประโยชน์อย่างมากต่อการทำงานจริง

รูปแบบการเรียนและระยะเวลาเรียน

หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (MPA) ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ออกแบบรูปแบบการเรียนให้เหมาะกับผู้เรียนที่กำลังทำงาน โดยใช้ระยะเวลาเรียนเฉลี่ย 2 ปีการศึกษา 

  • ภาคปกติ: จัดการเรียนการสอนในวันเสาร์-อาทิตย์ ณ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ต้องการบรรยากาศการเรียนในห้องเรียนและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนร่วมรุ่น
  • หลักสูตรทางไกล เรียนผ่านระบบออนไลน์: เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูงมากสำหรับข้าราชการหรือคนทำงานต่างจังหวัด โดยจัดการเรียนการสอนผ่านสื่อการเรียนรู้ทางไกลและระบบออนไลน์ที่ทันสมัย มีการวางแผนการเรียนที่ชัดเจนในแต่ละเทอม ช่วยให้ผู้เรียนสามารถบริหารจัดการเวลาเรียนและเวลาทำงานได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถคว้าวุฒิ MPA ได้

จบรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต ทำอาชีพอะไรได้บ้าง

เจ้าหน้าที่รัฐ

ผู้ที่จบการศึกษาหลักสูตร MPA จะมีตลาดงานรองรับที่กว้างขวางมาก ไม่จำกัดแค่ระบบราชการเท่านั้น อาชีพที่สามารถต่อยอดได้ ได้แก่

  • ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น ปลัดอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ
  • นักการเมืองและผู้บริหารท้องถิ่น เช่น นายก อบต., นายกเทศมนตรี, สมาชิกสภาท้องถิ่น ที่ต้องการวิสัยทัศน์ในการพัฒนาชุมชน
  • พนักงานรัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชน ในตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบาย นักบริหารงานทั่วไป
  • ภาคเอกชน เช่น ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล, เจ้าหน้าที่รัฐกิจสัมพันธ์ (Government Relations), ที่ปรึกษาบริษัท
  • นักวิชาการ นักวิจัย อาจารย์มหาวิทยาลัย หรือนักวิจัยอิสระด้านสังคมศาสตร์

คุณสมบัติผู้สมัคร

ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทุกสาขาวิชา ไม่จำเป็นต้องจบรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์มาโดยตรงก็สามารถเรียนได้ 

ขั้นตอนการสมัคร

  1. กรอกใบสมัครได้ที่ https://bit.ly/bkkthon-blog-footer-b7-3 
  2. เลือกหลักสูตรและคณะที่สนใจ และกดส่งใบสมัคร
  3. แอด LINE Official: @bkkthon เพื่อดำเนินการต่อกับอาจารย์แนะแนว มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
  4. ส่งเอกสารการสมัครเรียน และชำระค่าสมัครเรียน พร้อมรับใบเสร็จและรหัสนักศึกษา

สรุปบทความ

หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (MPA) ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่คุ้มค่าสำหรับคนทำงานที่มองหาความก้าวหน้า ด้วยหลักสูตรที่ทันสมัย รูปแบบการเรียนที่ยืดหยุ่นทั้งภาคปกติและทางไกล ไม่ว่าคุณจะเป็นคนทำงานที่มองหาโอกาสทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย หรือผู้บริหารที่ต้องการต่อยอดสู่ระดับปริญญาเอก มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีมีความพร้อมทั้งคณาจารย์และทรัพยากรการเรียนรู้ที่จะผลักดันให้คุณไปถึงเป้าหมาย หากสนใจสามารถติดตามข่าวสารและสอบถามรายละเอียดได้ตามช่องทางด้านล่าง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ MPA (FAQ)

ไม่ได้จบปริญญาตรีสายรัฐศาสตร์ เรียนต่อ ป.โท MPA ได้ไหม

หลักสูตร MPA เปิดกว้างสำหรับผู้จบปริญญาตรีทุกสาขา ทางหลักสูตรมีวิชาเสริมพื้นฐานและความรู้เบื้องต้นเตรียมไว้ให้ เพื่อปรับพื้นฐานให้ผู้เรียนที่ไม่ได้จบตรงสายสามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจเนื้อหาได้อย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จในการเรียนได้เช่นเดียวกับคนที่จบตรงสาย

เรียนไปทำงานไป สามารถแบ่งเวลาเรียนหลักสูตรนี้ได้ไหม

ทำได้สบายมาก เพราะหลักสูตรของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีออกแบบมาเพื่อคนทำงานโดยเฉพาะ ท่านสามารถเลือกเรียนในหลักสูตรทางไกล ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูง หรือเลือกเรียนภาคปกติในวันเสาร์-อาทิตย์ ทำให้ไม่กระทบกับเวลางานประจำ และยังสามารถนำปัญหาจากการทำงานจริงมาปรึกษาอาจารย์หรือทำเป็นหัวข้อสารนิพนธ์ได้อีกด้วย

การเรียนแผน ก และ แผน ข แตกต่างกันอย่างไร

แตกต่างกันที่รูปแบบการวิจัย แผน ก จะเน้นการทำวิทยานิพนธ์ (Thesis) อย่างเข้มข้น เหมาะสำหรับคนที่อยากเป็นนักวิชาการหรือวางแผนเรียนต่อ ป.เอก ส่วน แผน ข จะเน้นการทำสารนิพนธ์ (การค้นคว้าอิสระ) ซึ่งจะเน้นการนำไปประยุกต์ใช้จริง เหมาะสำหรับคนทำงานหรือผู้บริหารที่ต้องการนำความรู้ไปพัฒนางาน

Tag: