สอบ ก.พ. คืออะไร เส้นทางด่านแรกสู่การเป็นข้าราชการ
หากกำลังวางแผนเข้ารับราชการ หนึ่งในคำถามที่หลายคนสงสัยคือ สอบ ก.พ. คืออะไร และจำเป็นแค่ไหนสำหรับการสมัครงานภาครัฐ ความจริงแล้วการสอบนี้ถือเป็นด่านแรกที่ผู้สมัครจำนวนมากต้องผ่านก่อนจะมีสิทธิ์สมัครสอบในหลายตำแหน่งราชการ
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า ก.พ. คืออะไร การสอบแบ่งเป็นกี่ภาค ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติแบบไหน รวมถึงเทคนิคเตรียมตัวสำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้น เพื่อให้วางแผนการเรียนและเส้นทางอาชีพได้ชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะกำลังตัดสินใจว่าจะเรียนคณะอะไรดี หรือกำลังศึกษาในระดับปริญญาตรีก็สามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้วางแผนอนาคตได้ตั้งแต่วันนี้
ก.พ. คือหน่วยงานอะไร มีหน้าที่อย่างไร
ก.พ. คือสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของราชการพลเรือน มีหน้าที่กำหนดมาตรฐานการบริหารงานบุคคล พัฒนาระบบราชการ และกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือกบุคลากรเข้าสู่หน่วยงานภาครัฐ
ส่วนการสอบ ก.พ. คือการสอบวัดความรู้ความสามารถทั่วไปตามมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นคุณสมบัติเบื้องต้นในการสมัครเข้ารับราชการในหลายหน่วยงาน โดยผู้ที่สอบผ่านสามารถนำผลสอบไปใช้สมัครสอบแข่งขันในตำแหน่งที่เปิดรับตามเงื่อนไขของแต่ละหน่วยงานต่อไป
การสอบนี้จึงเปรียบเสมือนประตูบานแรกของผู้ที่ต้องการมีอาชีพรับราชการ เพราะหากยังไม่ผ่านภาค ก. ก็จะไม่สามารถสมัครสอบในหลายตำแหน่งได้
การสอบ ก.พ. มีความสำคัญอย่างไร
- ใช้เป็นคุณสมบัติพื้นฐานในการสมัครสอบเข้ารับราชการหลายตำแหน่ง
- วัดทักษะการคิดวิเคราะห์ การใช้เหตุผล และความรู้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานภาครัฐ
- ทำให้ทุกคนได้รับการคัดเลือกภายใต้มาตรฐานเดียวกัน
- ช่วยให้หน่วยงานราชการสามารถคัดเลือกบุคลากรได้อย่างเป็นระบบ
- สามารถนำผลสอบไปใช้สมัครงานในหลายหน่วยงานตามเงื่อนไขที่กำหนด
คุณสมบัติและวุฒิการศึกษาของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
ก่อนสมัครสอบ ควรตรวจสอบคุณสมบัติของตนเองให้ตรงตามประกาศรับสมัคร เนื่องจากแต่ละปีอาจมีรายละเอียดเพิ่มเติม แต่หลักเกณฑ์ทั่วไปจะประกอบด้วย
คุณสมบัติของผู้สมัคร
- มีสัญชาติไทย
- มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ในวันปิดรับสมัคร
- ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน
- สำเร็จการศึกษา หรือกำลังศึกษาในชั้นปีสุดท้ายตามระดับวุฒิที่เปิดรับ
วุฒิการศึกษาที่เปิดรับสมัคร
สำนักงาน ก.พ. เปิดรับสมัครหลายระดับ ได้แก่
- ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
- ประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) อนุปริญญา หรือ ปวส.
- ปริญญาตรี
- ปริญญาโท
ผู้ที่กำลังเรียนปีสุดท้ายสามารถสมัครสอบได้ หากเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดในประกาศของปีนั้น
สอบ ก.พ. แบ่งออกเป็นกี่ภาค

การสอบ ก.พ. แบ่งออกเป็น 3 ภาค โดยแต่ละภาคมีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน และต้องผ่านตามลำดับจึงจะเข้าสู่ขั้นตอนถัดไปได้
ภาค ก. การวัดความรู้และความสามารถทั่วไป
ด่านแรกที่ทุกคนต้องผ่านคือการสอบภาค ก. ซึ่งเป็นการวัดทักษะพื้นฐาน 3 วิชาหลัก ได้แก่ วิชาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ (คณิตศาสตร์และเหตุผล) วิชาภาษาไทย และวิชาภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี เพื่อวัดพื้นฐานกฎหมายและจรรยาบรรณวิชาชีพ โดยเกณฑ์การผ่านส่วนใหญ่จะอยู่ที่ร้อยละ 60 ขึ้นไป ยกเว้นวิชาภาษาอังกฤษที่กำหนดไว้ร้อยละ 50
ภาค ข. การวัดความรู้และความสามารถเฉพาะตำแหน่ง
เมื่อสอบผ่านด่านแรกและได้รับหนังสือรับรองผลแล้ว ผู้สมัครต้องคอยติดตามประกาศรับสมัครจากหน่วยงานที่สนใจเพื่อสมัครสอบภาค ข. การสอบส่วนนี้จะเป็นวิชาเฉพาะทางตามสายวิชาชีพที่เรียนมา เช่น ตำแหน่งนิติกรจะสอบกฎหมาย ตำแหน่งนักวิชาการเงินจะสอบเรื่องบัญชีและการเงิน ซึ่งข้อสอบจะออกโดยหน่วยงานต้นสังกัดนั้น ๆ โดยตรง
ภาค ค. การสอบสัมภาษณ์เพื่อประเมินความเหมาะสม
ผู้ที่ผ่านภาค ก. และภาค ข. แล้ว จะเข้าสู่การสอบภาค ค. ซึ่งเป็นการสัมภาษณ์โดยหน่วยงานที่เปิดรับสมัคร คณะกรรมการจะพิจารณาหลายด้าน เช่น
- บุคลิกภาพ
- ทัศนคติในการทำงาน
- การสื่อสาร
- การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
- ความเหมาะสมกับตำแหน่งและองค์กร
บางหน่วยงานอาจมีการทดสอบเพิ่มเติม เช่น การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย หรือการประเมินด้านจิตวิทยา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร
ความแตกต่างระหว่างการสอบแบบ e-Exam กับ Paper & Pencil
แบบ e-Exam คือการสอบด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะเปิดรับสมัครเฉพาะผู้ที่ยื่นวุฒิระดับปริญญาตรีและปริญญาโทเท่านั้นส่วนแบบ Paper & Pencil คือการสอบแบบฝนกระดาษคำตอบตามปกติที่เปิดรับสมัครทุกระดับวุฒิการศึกษา
ทั้งสองรูปแบบใช้มาตรฐานข้อสอบเดียวกันและมีความสำคัญเท่ากัน หากเลือกสอบแบบคอมพิวเตอร์ไปแล้วยังสามารถลงสมัครแบบกระดาษคำตอบในปีเดียวกันได้อีกเพื่อเพิ่มโอกาสสอบผ่าน
อัปเดตกำหนดการและขั้นตอนการสมัครสอบ ก.พ. 2569
โดยปกติระบบจะเปิดรับสมัครช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมของทุกปี ผู้ที่สนใจสามารถทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ดังนี้
- เข้าสู่เว็บไซต์ http://job2.ocsc.go.th เลือกเมนูสมัครสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป
- กรอกข้อมูลส่วนตัวและรายละเอียดวุฒิการศึกษาให้ถูกต้องครบถ้วน
- เลือกรอบสอบและศูนย์สอบที่สะดวกในการเดินทาง
- ชำระเงินค่าธรรมเนียมการสอบ
- e-Exam จำนวน 330 บาท
- Paper&Pencil จำนวน 280 บาท
- หลังจากชำระเงินแล้วหนึ่งวัน ให้กลับเข้าไปตรวจสอบสถานะและอัปโหลดรูปถ่ายหน้าตรงตามขนาดที่กำหนด
- เมื่อถึงเวลาประกาศรายชื่อ ให้พิมพ์ใบสมัครและบัตรประจำตัวสอบเพื่อนำไปใช้ในวันสอบจริง
เทคนิคเตรียมตัวสอบ ก.พ. ให้ผ่านฉลุยตั้งแต่รอบแรก

การสอบ ก.พ. ไม่ใช่ข้อสอบที่วัดการท่องจำเพียงอย่างเดียว แต่เน้นการคิดวิเคราะห์และการบริหารเวลา หากเตรียมตัวอย่างเป็นระบบ โอกาสสอบผ่านก็มีมากขึ้น
- ศึกษาขอบเขตข้อสอบให้ครบทุกวิชา เพื่อวางแผนอ่านหนังสือได้ตรงจุด ไม่เสียเวลาไปกับเนื้อหาที่ไม่เกี่ยวข้อง
- ฝึกทำข้อสอบย้อนหลังเป็นประจำ เพราะจะช่วยให้คุ้นเคยกับรูปแบบคำถามและจับแนวการออกข้อสอบได้ง่ายขึ้น ยิ่งฝึกหลายชุดก็ยิ่งช่วยลดความตื่นเต้นในวันสอบจริง
- จับเวลาขณะทำข้อสอบ เพื่อเรียนรู้การแบ่งเวลาในแต่ละข้อ หากเจอข้อที่ยากเกินไปควรข้ามก่อน แล้วกลับมาทำภายหลัง
สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความเข้าใจในเนื้อหา การเรียนคอร์สติวสอบก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยสรุปประเด็นสำคัญและอัปเดตแนวข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น
คว้าใบปริญญาพร้อมลุยสอบ ก.พ. อัปเกรดอนาคตที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
หากตั้งเป้าทำงานราชการตั้งแต่วันนี้ การเลือกมหาวิทยาลัยที่ตอบโจทย์ทั้งด้านวิชาการและการพัฒนาทักษะ จะช่วยให้ก้าวสู่เป้าหมายได้เร็วขึ้น
มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกศึกษาหลากหลายคณะ รองรับทั้งผู้ที่เพิ่งจบมัธยมศึกษาและผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา พร้อมหลักสูตรที่มุ่งพัฒนาความรู้ควบคู่กับการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงานและการสอบแข่งขันในอนาคต คุณสามารถเลือกเรียนในคณะยอดนิยมอย่าง นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ หรือบัญชี เพื่อปูพื้นฐานความรู้กฎหมายและการบริหารที่ต้องใช้สอบ ก.พ. โดยตรง
แบบฟอร์มสมัครเรียน
จุดเด่นของมหาวิทยาลัย ได้แก่
- มีความยืดหยุ่นสูง เลือกเรียนได้ทั้งภาคปกติ ภาคพิเศษ (เสาร์-อาทิตย์) หรือหลักสูตรทางไกลผ่านระบบ LMS ที่ทบทวนบทเรียนได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- เหมาะสำหรับคนทำงานที่อยากคว้าปริญญาตรีใบแรกหรือใบที่สอง เพราะสามารถเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยได้
- วางแผนเวลาได้ดี สามารถจบการศึกษาได้ไวภายใน 2-3 ปี ขึ้นอยู่กับวุฒิเดิมที่นำมาเทียบโอน
- หากต้องการขยับวิทยฐานะเพื่ออัปฐานเงินเดือนข้าราชการ ก็สามารถเลือกเรียนปริญญาโทต่อได้เลย จบไวภายในปีครึ่งถึงสองปี
- หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะนักศึกษามีสิทธิ์ขอกู้ยืมเงินกองทุน กยศ. และมีระบบผ่อนชำระค่าเทอมได้ตลอดหลักสูตร
- มีอาจารย์แนะแนวคอยดูแลเรื่องการวางแผนการเรียนและการสอบอย่างใกล้ชิด
สรุปบทความ
การเข้าใจว่า สอบ ก.พ. คืออะไร และ ก.พ. คือหน่วยงานที่มีบทบาทอย่างไร ถือเป็นก้าวแรกของผู้ที่ต้องการทำงานราชการ เพราะนอกจากจะต้องผ่านการสอบภาค ก. แล้ว ยังต้องเตรียมตัวสำหรับภาค ข. และภาค ค. ตามตำแหน่งที่สนใจ การวางแผนอ่านหนังสือตั้งแต่เนิ่น ๆ ศึกษาโครงสร้างข้อสอบ และติดตามกำหนดการสมัครอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มโอกาสสอบผ่านได้มากขึ้น
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนศึกษาต่อและอยากเตรียมความพร้อมสู่การสอบ ก.พ. ในอนาคต มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีพร้อมสนับสนุนทั้งด้านความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ ผ่านหลักสูตรที่หลากหลาย เพื่อให้ก้าวสู่เส้นทางอาชีพที่ตั้งเป้าไว้ได้อย่างมั่นใจ
- สมัครออนไลน์ : https://bit.ly/bkkthon-blog-footer-aseo-jun-2
- Facebook : มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี – BTU Admission
- LINE OA: @bkkthon
- Tel : 098-828-9344
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ผลคะแนนสอบภาค ก. ของ ก.พ. มีอายุกี่ปี
ปัจจุบันผลสอบภาค ก. ไม่มีการกำหนดวันหมดอายุ แต่ผู้สมัครควรตรวจสอบประกาศของหน่วยงานที่เปิดรับสมัครอีกครั้ง เนื่องจากบางตำแหน่งอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติม
ยังเรียนไม่จบ สามารถลงสมัครสอบ ก.พ. ได้หรือไม่
ได้ หากกำลังศึกษาอยู่ในชั้นปีสุดท้ายของระดับวุฒิที่เปิดรับสมัคร และสามารถสำเร็จการศึกษาภายในระยะเวลาที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด ทั้งนี้ควรตรวจสอบรายละเอียดในประกาศรับสมัครของแต่ละปีทุกครั้ง
การแต่งกายไปสอบ ก.พ. ควรใส่ชุดแบบไหน
ผู้เข้าสอบควรแต่งกายด้วยชุดที่สุภาพเรียบร้อย เช่น สวมเสื้อเชิ้ตมีปก กางเกงผ้าสแล็ค หรือกระโปรงคลุมเข่าทรงสุภาพ และรองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าผ้าใบสีสุภาพ หลีกเลี่ยงเสื้อแขนกุด กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ หรือเครื่องแต่งกายที่ไม่เหมาะสม เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบการเข้าสอบของสำนักงาน ก.พ.
บทความที่เกี่ยวข้อง
Tag: