CPA คือใคร ทำหน้าที่อะไร

ผู้สอบบัญชี CPA คือใคร ทำหน้าที่อะไร ต่างจาก TA อย่างไร

บทความ

การทำบัญชีไม่ได้จบแค่การบันทึกรายรับรายจ่ายหรือจัดทำงบการเงินเท่านั้น เพราะก่อนที่งบการเงินจะถูกนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจของผู้ถือหุ้น นักลงทุน หรือหน่วยงานภาครัฐ จำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบจากผู้มีใบอนุญาตตามกฎหมาย ซึ่งก็คือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หรือ CPA

หลายคนที่กำลังตัดสินใจว่า เรียนคณะอะไรดี และสนใจสายบัญชี มักตั้งคำถามว่า CPA คืออะไร ทำไมจึงเป็นเป้าหมายของนักบัญชีจำนวนมาก บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่หน้าที่ ความแตกต่างระหว่าง CPA กับ TA ไปจนถึงแนวทางการเตรียมตัวเข้าสู่วิชาชีพนี้

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หรือ CPA คือใคร

CPA คือคำย่อของ Certified Public Accountant หรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เป็นผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชีให้สามารถตรวจสอบและรับรองงบการเงินของกิจการตามที่กฎหมายกำหนด

หน้าที่ของ CPA ไม่ใช่การจัดทำบัญชีแทนบริษัท แต่เป็นการตรวจสอบว่างบการเงินสะท้อนฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐานบัญชีหรือไม่ ก่อนแสดงความเห็นผ่านรายงานผู้สอบบัญชี

การที่ธุรกิจได้รับการตรวจสอบโดย CPA ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับงบการเงิน และทำให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้น นักลงทุน สถาบันการเงิน หรือหน่วยงานภาครัฐ

ข้อแตกต่างระหว่าง CPA ผู้ทำบัญชี และ TA (Tax Auditor)

แม้ทั้งสามตำแหน่งจะเกี่ยวข้องกับงานบัญชีเหมือนกัน แต่บทบาทและอำนาจหน้าที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

  • ผู้ทำบัญชี มีหน้าที่บันทึกบัญชี จัดทำงบการเงิน และจัดทำเอกสารทางบัญชีของกิจการ
  • CPA มีหน้าที่ตรวจสอบและรับรองงบการเงินของกิจการตามกฎหมาย พร้อมลงนามในรายงานผู้สอบบัญชี
  • TA หรือผู้ตรวจสอบบัญชีภาษีอากร คือผู้ที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมสรรพากร มีขอบเขตอำนาจในการตรวจสอบและรับรองงบการเงินเฉพาะห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็ก

หน้าที่สำคัญของผู้ตรวจสอบบัญชี มีอะไรบ้าง

หน้าที่สำคัญของผู้ตรวจสอบบัญชี
  • ตรวจสอบงบการเงินและเอกสารประกอบบัญชี
  • ประเมินความถูกต้องของรายการทางบัญชี
  • ตรวจสอบระบบควบคุมภายในของกิจการ
  • รวบรวมหลักฐานการสอบบัญชีให้เพียงพอ
  • จัดทำรายงานผู้สอบบัญชีและแสดงความเห็นต่องบการเงิน
  • ปฏิบัติงานอย่างเป็นอิสระตามจรรยาบรรณวิชาชีพ
  • ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับประเด็นที่ควรปรับปรุงด้านบัญชีและการควบคุมภายใน

งานของ CPA จึงต้องอาศัยทั้งความละเอียด ความรับผิดชอบ และการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบคอบ เพราะรายงานที่ออกโดยผู้สอบบัญชีมีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ใช้งบการเงินทุกฝ่าย

ทำไมบริษัทและนิติบุคคลถึงจำเป็นต้องใช้บริการ CPA

หลายกิจการมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบงบการเงินก่อนนำส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน การใช้บริการ CPA ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของธุรกิจอีกด้วย

เหตุผลที่ธุรกิจควรใช้บริการ CPA ได้แก่

  • ทำให้งบการเงินมีความน่าเชื่อถือ
  • ลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดทางบัญชี
  • ช่วยตรวจพบความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น
  • เพิ่มความมั่นใจให้ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และเจ้าหนี้
  • สนับสนุนการขอสินเชื่อหรือระดมทุน
  • สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร

สำหรับบริษัทที่ต้องการขยายกิจการหรือเตรียมความพร้อมด้านธรรมาภิบาล การมี CPA ตรวจสอบงบการเงินถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจ

หลักเกณฑ์ในการพิจารณาเลือกผู้สอบบัญชีที่เหมาะสมกับธุรกิจ

การเลือกผู้สอบบัญชีไม่ควรพิจารณาเฉพาะค่าบริการ แต่ควรคำนึงถึงความเหมาะสมกับลักษณะของธุรกิจด้วย สิ่งที่ควรพิจารณา ได้แก่

  • มีใบอนุญาตผู้สอบบัญชีรับอนุญาตถูกต้อง
  • มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
  • ปฏิบัติงานอย่างเป็นอิสระและโปร่งใส
  • มีความรู้ด้านมาตรฐานบัญชีและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • สามารถสื่อสารและให้คำแนะนำได้ชัดเจน
  • มีแผนการทำงานและระยะเวลาที่เหมาะสม

เส้นทางสู่การเป็น CPA ต้องเตรียมตัวสอบอย่างไรบ้าง

เส้นทางสู่การเป็น CPA

การก้าวสู่การเป็น CPA ต้องผ่านทั้งการศึกษา การฝึกงาน และการสอบตามเกณฑ์ของสภาวิชาชีพบัญชี

1. เช็กคุณสมบัติเบื้องต้นและวุฒิการศึกษาที่รองรับ

ผู้ที่ต้องการสอบ CPA ต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางด้านบัญชี หรือวุฒิที่สภาวิชาชีพบัญชีรับรอง รวมถึงสมัครเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีก่อนเข้าสู่ขั้นตอนต่าง ๆ การมีพื้นฐานด้านบัญชีที่แข็งแรงจะช่วยให้เตรียมตัวสอบได้ง่ายขึ้น

2. การเก็บชั่วโมงฝึกหัดงานด้านการตรวจสอบบัญชี

หลังจากมีคุณสมบัติด้านการศึกษาแล้ว จะต้องเข้าฝึกหัดงานสอบบัญชีกับผู้ให้การฝึกหัดที่ได้รับการรับรอง โดยใช้เวลาฝึกงานไม่น้อยกว่า 3 ปี และสะสมชั่วโมงการปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า 3,000 ชั่วโมง เพื่อให้มีประสบการณ์จริงก่อนขอรับใบอนุญาต

3. การทดสอบความรู้เพื่อขอรับใบอนุญาตผู้สอบบัญชี

ผู้สมัครต้องสอบผ่านวิชาที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด รวมทั้งหมด 6 วิชา ได้แก่ วิชาการบัญชี 1, วิชาการบัญชี 2, วิชาการสอบบัญชี 1, วิชาการสอบบัญชี 2, วิชากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี 1 และ วิชากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี 2 เมื่อผ่านเกณฑ์และมีคุณสมบัติครบถ้วน จึงสามารถยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้

ปูพื้นฐานแน่นสู่การเป็นผู้สอบบัญชี เรียนคณะบัญชี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

สำหรับผู้ที่กำลังมองหามหาวิทยาลัยเอกชนที่เปิดสอนด้านบัญชี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ได้สอนหลักสูตรบัญชีบัณฑิต สาขาวิชาการบัญชี ครอบคลุมตั้งแต่วิชาบัญชีชั้นต้น ชั้นกลาง ชั้นสูง ไปจนถึงระบบสารสนเทศและการสอบบัญชี มุ่งเน้นทั้งความรู้ทางวิชาการและการฝึกปฏิบัติจริง เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับการทำงานในองค์กรได้อย่างมั่นใจ พร้อมพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ไขปัญหา และการทำงานตามมาตรฐานวิชาชีพบัญชี ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการต่อยอดสู่การสอบ CPA และเติบโตในสายงานบัญชีอย่างมั่นคง

แบบฟอร์มสมัครเรียน

    สรุปบทความ

    CPA คือผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ได้รับสิทธิในการตรวจสอบและรับรองงบการเงินตามกฎหมาย ถือเป็นหนึ่งในสายอาชีพที่ได้รับการยอมรับสูงในวงการบัญชี เพราะต้องผ่านทั้งการศึกษา การฝึกหัดงาน และการสอบตามเกณฑ์ของสภาวิชาชีพบัญชี ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตจะมีโอกาสทำงานในองค์กรชั้นนำ สำนักงานสอบบัญชี หรือก้าวสู่ตำแหน่งผู้บริหารด้านการเงินในอนาคตได้

    หากมีเป้าหมายอยากเป็น CPA มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีพร้อมเป็นสถาบันที่ช่วยผลักดันความฝันของนักศึกษาทุกคนให้ประสบความสำเร็จในวิชาชีพบัญชี พร้อมคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะคอยติวเข้มเพื่อเตรียมความพร้อมให้คุณก้าวสู่สนามสอบอัปเลเวลระดับสากลได้อย่างมั่นใจ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับหลักสูตร หรือยังไม่แน่ใจว่าคณะบัญชีมีสาขาอะไรบ้าง สามารถติดต่อได้ตามช่องทางติดต่อด้านล่างนี้

    คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

    การสอบ CPA ยากไหม และต้องสอบทั้งหมดกี่วิชา

    การสอบ CPA เป็นการสอบที่มีมาตรฐานค่อนข้างสูง เนื่องจากผู้สอบบัญชีต้องรับผิดชอบต่อการรับรองงบการเงินของกิจการ ผู้สมัครจึงต้องมีพื้นฐานด้านบัญชี กฎหมาย และการสอบบัญชีที่แน่นพอ ปัจจุบันการสอบประกอบด้วย 6 วิชา ได้แก่ วิชาการบัญชี 1, วิชาการบัญชี 2, วิชาการสอบบัญชี 1, วิชาการสอบบัญชี 2, วิชากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี 1 และ วิชากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี 2

    ไม่ได้เรียนจบปริญญาตรีคณะบัญชี สามารถสอบ CPA ได้หรือไม่

    ผู้ที่มีสิทธิ์ยื่นขอขึ้นทะเบียนแจ้งฝึกงานและเข้าทดสอบความรู้จะต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางด้านการบัญชีโดยตรงเท่านั้น ผู้ที่จบจากคณะหรือสาขาวิชาอื่นจะไม่สามารถลงสมัครสอบได้

    ทำไมผู้สอบบัญชีกับผู้ทำบัญชีของบริษัทจึงเป็นคนเดียวกันไม่ได้

    เหตุผลคือเรื่องความเป็นอิสระในการปฏิบัติงาน หากผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีเป็นบุคคลเดียวกัน จะเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เพราะผู้สอบบัญชีต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ผู้ทำบัญชีเป็นผู้จัดทำ การแยกหน้าที่ของทั้งสองตำแหน่งจึงช่วยให้การตรวจสอบมีความโปร่งใส เป็นกลาง และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับงบการเงินมากยิ่งขึ้น

    Tag: