10 วิธีจําศัพท์อังกฤษ จำไว ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

10 วิธีจําศัพท์อังกฤษ จำไว ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

บทความ

ใครที่เคยเจอปัญหาเรียนภาษาอังกฤษมาหลายปี ท่องศัพท์เท่าไหร่ก็ลืม พอถึงเวลาต้องใช้สื่อสารจริงกลับนึกคำไม่ออกจนเสียความมั่นใจ บอกเลยว่าคุณไม่ได้เป็นแค่คนเดียว ปัญหาท่องแล้วลืมมักเกิดจากการจดจำแบบผิดวิธีหรือไม่ได้นำไปเชื่อมโยงกับบริบทแวดล้อม บทความนี้จะพาไปไขความลับกับวิธีจําศัพท์อังกฤษแบบง่าย ๆ ที่จะช่วยให้สมองจดจำคำศัพท์ได้อย่างเป็นธรรมชาติและถาวร รับรองว่าทำตามนี้แล้วคลังคำศัพท์ในหัวจะเพิ่มขึ้นจนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างคล่องแคล่วแน่นอน

10 วิธีจําศัพท์อังกฤษให้ได้ผลจริง

การหาวิธีจําศัพท์ที่เหมาะสมจะช่วยเปลี่ยนเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องง่ายและนำไปใช้ได้ทันที มาดูวิธีจําศัพท์อังกฤษแบบฉบับทำตามได้จริงเพื่อพัฒนาภาษาให้เก่งขึ้นกันเลย

1. เริ่มจากคำศัพท์ใกล้ตัวและระดับที่เหมาะสม

วิธีจําศัพท์อังกฤษที่ดีที่สุดคือการเลือกคำศัพท์รอบตัวหรือสิ่งที่เราสนใจเป็นพิเศษ หากชอบทำอาหาร ลองเริ่มหาคำศัพท์เกี่ยวกับวัตถุดิบหรืออุปกรณ์ทำครัว เช่น spatula (ไม้พาย) whisk (ตะกร้อตีไข่) recipe (สูตรอาหาร) สิ่งนี้จะทำให้สมองเชื่อมโยงคำศัพท์กับภาพจำในชีวิตประจำวันได้ทันที โดยจำศัพท์วันละ 5 ถึง 10 คำอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ควรประเมินระดับภาษาของตัวเองเพื่อเลือกคำที่พอดี ไม่ยากเกินไปจนทำให้ท้อแท้ 

2. ใช้เทคนิคจำคำแบบเชื่อมโยงภาพและเรื่องราว

ใช้เทคนิคจำคำแบบเชื่อมโยงภาพและเรื่องราว

สมองของคนเราจดจำภาพและเรื่องราวได้ดีกว่าตัวหนังสือธรรมดา การจําศัพท์อังกฤษแบบสร้างภาพจำจึงช่วยให้จำได้นานขึ้น ลองนึกภาพตลก ๆ หรือแต่งเรื่องราวสั้น ๆ เชื่อมโยงกับคำศัพท์นั้น ตัวอย่างเช่น คำว่า dessert (ของหวาน) มีตัว s สองตัว เพราะเรามักอยากกินของหวานเพิ่มอีกชิ้นเสมอ ส่วน desert (ทะเลทราย) มี s แค่ตัวเดียวเพราะแห้งแล้ง เทคนิคนี้ทำให้นึกคำศัพท์ออกได้ง่ายและนำไปปรับใช้ได้กับทุกหมวดหมู่

3. เรียนรู้รากศัพท์เพื่อเดาความหมายได้แม่นขึ้น

ภาษาอังกฤษมีรากศัพท์มาจากภาษาละตินและกรีก การทำความเข้าใจรากศัพท์จะช่วยให้ต่อยอดคำใหม่ได้มหาศาล เช่น รากศัพท์คำว่า bio หมายถึงชีวิต เมื่อไปรวมกับคำอื่นก็จะได้คำศัพท์ใหม่ เช่น biology (ชีววิทยา) biography (ชีวประวัติ) วิธีจําศัพท์อังกฤษแบบแยกส่วนประกอบจะช่วยให้สามารถเดาความหมายของคำศัพท์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น

4. ทบทวนคำศัพท์ด้วยหลักเว้นระยะอย่างสม่ำเสมอ

การทบทวนซ้ำเป็นกุญแจสำคัญของการจำคำศัพท์ให้ติดได้นาน แทนที่จะอ่านรวดเดียวแล้วจบ ลองแบ่งเวลาทบทวนเป็นช่วง ๆ เช่น กลับมาดูคำศัพท์อีกครั้งหลังเรียนจบ 1 วัน จากนั้นขยับเป็น 3 วัน 1 สัปดาห์ และ 1 เดือน วิธีนี้ช่วยให้สมองได้ย้ำข้อมูลในจังหวะที่กำลังจะลืมพอดี ทำให้จำได้แม่นขึ้นโดยไม่ต้องใช้เวลาท่องซ้ำหนัก ๆ และยังช่วยให้คำศัพท์ค่อย ๆ กลายเป็นความจำระยะยาวได้อย่างเป็นธรรมชาติ

5. เขียนและแต่งประโยคจากคำศัพท์ใหม่

การท่องแค่ความหมายภาษาไทยแล้วข้ามไปคำอื่นคือสาเหตุหลักที่ทำให้ลืม วิธีจําศัพท์อังกฤษที่ใช้งานได้จริงคือการนำคำนั้นมาแต่งประโยคทันที สมมติว่าได้คำว่า exhausted (เหนื่อยล้า) แทนที่จะท่องแปลตรงตัว ลองแต่งประโยคว่า I feel exhausted after a long day at work จะทำให้เข้าใจไวยากรณ์และรู้บริบทการใช้งานที่ถูกต้องไปพร้อมกัน

6. ใช้แฟลชการ์ดช่วยจำแบบรวดเร็ว

ใช้แฟลชการ์ดช่วยจำแบบรวดเร็ว

แฟลชการ์ดเป็นเครื่องมือสุดคลาสสิกที่ยังคงให้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอ การเขียนคำศัพท์ไว้ด้านหน้าและเขียนความหมายพร้อมประโยคตัวอย่างไว้ด้านหลังถือเป็นวิธีที่พกพาไปฝึกฝนได้ทุกที่ ปัจจุบันมีแอปพลิเคชันแฟลชการ์ดมากมายที่ช่วยสุ่มคำศัพท์ขึ้นมาทดสอบความจำ ลองใช้ถามตอบกับตัวเองบ่อย ๆ จะกระตุ้นสมองให้จดจำคำศัพท์ได้ถาวร

7. ฟังเพลงหรือดูหนังเพื่อซึมซับคำศัพท์

การเรียนรู้ผ่านความบันเทิงคือวิธีจําศัพท์อังกฤษที่สนุกและไม่รู้สึกกดดัน การฟังเพลงสากลหรือดูซีรีส์ภาษาอังกฤษพร้อมเปิดซับไตเติลจะช่วยให้คุ้นเคยกับการออกเสียงและสำเนียงของเจ้าของภาษา เมื่อเจอคำศัพท์ที่ไม่รู้ความหมายในหนัง ลองจดบันทึกและนำมาหาคำแปล จะช่วยให้จำคำศัพท์ได้แม่นยำเพราะสมองจะผูกคำศัพท์เข้ากับฉากหรืออารมณ์ของตัวละครในตอนนั้น

8. ติดโน้ตคำศัพท์ในชีวิตประจำวัน

เปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นห้องเรียนภาษาอังกฤษขนาดย่อม การเขียนคำศัพท์ลงบนกระดาษโน้ตแล้วนำไปแปะตามสิ่งของต่าง ๆ เช่น กระจก ตู้เย็น ประตู จะทำให้เราผ่านตาคำศัพท์เหล่านั้นทุกวัน แค่มองเห็นซ้ำ ๆ สมองก็จะบันทึกข้อมูลไปเองโดยอัตโนมัติ ถือเป็นวิธีจําศัพท์อังกฤษสำหรับคนไม่มีเวลาที่ทำตามได้ง่ายมาก ๆ

9. เล่นเกมหรือแบบฝึกหัดเพื่อเพิ่มความสนุก

การเรียนคำศัพท์ไม่จำเป็นต้องจริงจังตลอดเวลา ลองเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการเล่นเกมทายคำศัพท์ บอร์ดเกม หรือปริศนาอักษรไขว้ จะช่วยให้การฝึกสมองสนุกขึ้นและไม่น่าเบื่อ การเรียนรู้ผ่านกิจกรรมแบบนี้ช่วยกระตุ้นให้จดจำได้ดีขึ้น เพราะมีทั้งความท้าทายและความเพลิดเพลินเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้เราอยากเรียนรู้คำใหม่ ๆ ต่อเนื่องโดยไม่รู้สึกฝืน

10. ฝึกใช้คำศัพท์จริงในชีวิตประจำวัน

การจำคำศัพท์จะเห็นผลมากขึ้นเมื่อได้หยิบมาใช้จริง ลองเริ่มจากสิ่งใกล้ตัว เช่น ตั้งค่าโทรศัพท์เป็นภาษาอังกฤษ เขียนโน้ตสั้น ๆ ในชีวิตประจำวัน หรือฝึกคุยกับเพื่อนเป็นภาษาอังกฤษบ้าง การใช้งานซ้ำในสถานการณ์จริงจะช่วยให้คุ้นเคยกับคำศัพท์มากขึ้น และสามารถดึงมาใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อถึงเวลาต้องสื่อสาร

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ท่องศัพท์เท่าไหร่ก็จำไม่ได้

นอกจากการหาวิธีจําศัพท์อังกฤษที่ถูกต้องแล้ว การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมผิด ๆ ก็สำคัญไม่แพ้กัน มาเช็กกันว่ามีข้อไหนที่กำลังเผลอทำอยู่บ้าง

ท่องจำรวดเดียวโดยไม่กลับมาทบทวน

การพยายามท่องคำศัพท์จำนวนมากในครั้งเดียวอาจทำให้รู้สึกว่าจำได้ในช่วงแรก แต่ความจำเหล่านั้นมักอยู่ได้ไม่นาน หากไม่มีการกลับมาทบทวนซ้ำ สมองจะค่อย ๆ ลืมข้อมูลไปอย่างรวดเร็ว วิธีที่ได้ผลมากกว่าคือการแบ่งเรียนเป็นช่วงสั้น ๆ แล้วกลับมาทบทวนเป็นระยะ จะช่วยให้ข้อมูลถูกย้ำซ้ำหลายครั้ง และเปลี่ยนเป็นความจำระยะยาวได้ง่ายขึ้น

ท่องแต่ความหมายโดยไม่สนใจบริบทการใช้งาน

การจำคำศัพท์แค่ความหมายตรงตัวอาจทำให้เข้าใจผิดเวลาใช้งานจริง เพราะคำภาษาอังกฤษจำนวนมากมีหลายความหมายและใช้ต่างกันตามบริบท หากไม่ดูตัวอย่างประโยคหรือสถานการณ์ประกอบ อาจนำไปใช้ผิดความหมายได้ง่าย 

ไม่ยอมเปิดพจนานุกรมเมื่อเจอคำศัพท์ใหม่

หลายคนเลือกเดาความหมายจากบริบทแล้วข้ามไปทันที แม้วิธีนี้จะช่วยฝึกการจับใจความ แต่หากไม่ตรวจสอบความหมายที่ถูกต้อง ก็อาจเข้าใจผิดสะสมโดยไม่รู้ตัว การเปิดพจนานุกรมช่วยให้รู้รายละเอียดมากขึ้น ทั้งความหมายที่ถูกต้อง ประเภทของคำ และวิธีออกเสียง 

ขาดวินัยในการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ

การเรียนภาษาไม่ใช่สิ่งที่เห็นผลในระยะสั้น หากฝึกแบบไม่ต่อเนื่อง เรียนบ้างหยุดบ้าง ความรู้ที่เคยจำได้ก็มีโอกาสเลือนหายไป การสร้างวินัยให้ตัวเองกลับมาทบทวนหรือเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมอ แม้วันละเล็กน้อย จะช่วยให้เกิดความคุ้นเคยและสะสมทักษะได้ต่อเนื่อง 

อัปสกิลภาษาอังกฤษระดับมืออาชีพด้วยหลักสูตรจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

หากต้องการต่อยอดความรู้ภาษาอังกฤษให้ก้าวสู่ระดับมืออาชีพ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีพร้อมผลักดันศักยภาพของคุณผ่านหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งออกแบบเนื้อหามาเพื่อตอบสนองตลาดแรงงานยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการต่อยอดศึกษาในระดับปริญญาตรี หรือการนำทักษะไปประยุกต์ใช้ในการทำงานจริง ทางคณะมีคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลอย่างใกล้ชิดและมีหลักสูตรที่ครอบคลุมทุกมิติ

จุดแข็งของหลักสูตรภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

  • เน้นการสื่อสารจริง ครอบคลุมทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียน เพื่อใช้สอบข้อสอบมาตรฐานภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจ
  • เจาะลึกวิชาชีพเฉพาะทาง มีรายวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ ภาษาอังกฤษเพื่อการโรงแรมและการท่องเที่ยว และภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจออนไลน์
  • เข้าใจโครงสร้างภาษาอย่างถ่องแท้ มีการสอนภาษาศาสตร์ สัทศาสตร์ และวากยสัมพันธ์ เพื่อการใช้ภาษาที่สละสลวย
  • มุ่งเน้นประสบการณ์จริง มีรายวิชาฝึกปฏิบัติงานและโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษก่อนก้าวสู่โลกการทำงาน

แบบฟอร์มสมัครเรียน

    สรุปบทความ

    การเก่งภาษาอังกฤษเริ่มต้นได้จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและหาวิธีจําศัพท์อังกฤษที่เข้ากับสไตล์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการท่องจำผ่านแฟลชการ์ด การแต่งประโยค การดูหนังฟังเพลง หรือการเรียนรู้รากศัพท์ สิ่งสำคัญคือการทำอย่างสม่ำเสมอและนำคำศัพท์เหล่านั้นออกมาใช้งานจริงในชีวิตประจำวันเพื่อป้องกันการหลงลืม แค่มีวินัยและสนุกไปกับการเรียนรู้ การสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่วก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

    สำหรับใครที่อยากยกระดับความสามารถทางภาษาและมองหาสถาบันการศึกษาที่พร้อมปูพื้นฐานสู่ความสำเร็จ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่เพื่อก้าวเข้าสู่หลักสูตรคุณภาพที่เน้นการนำไปใช้งานได้จริง สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตามช่องทางติดต่อด้านล่าง

    คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

    ควรท่องศัพท์วันละกี่คำถึงจะจำได้ดีที่สุด

    จำนวนที่เหมาะสมคือ 5 ถึง 10 คำต่อวัน การโฟกัสจำนวนน้อยจะช่วยให้สมองจดจำรายละเอียดและบริบทการใช้งานได้ครบถ้วน

    ท่องศัพท์ก่อนนอนช่วยให้จำได้แม่นขึ้นจริงไหม

    มีส่วนช่วยได้อย่างมาก เพราะช่วงก่อนนอนสมองจะเริ่มจัดเก็บข้อมูลเข้าสู่ความจำระยะยาว ทำให้คำศัพท์ที่ทบทวนมีโอกาสจำได้นานขึ้น แต่ควรทบทวนแบบสั้น ๆ ไม่หนักเกินไป และมีการทวนซ้ำในวันถัดไปด้วย จะช่วยให้จำได้แม่นขึ้นมาก

    ทำอย่างไรไม่ให้ลืมคำศัพท์เก่าเมื่อต้องท่องคำศัพท์ใหม่

    วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือการนำคำศัพท์เก่าและคำศัพท์ใหม่มาแต่งเป็นประโยคเดียวกัน หรือใช้วิธีจําศัพท์แบบเว้นระยะทบทวน โดยจัดสรรเวลาสัปดาห์ละหนึ่งวันเพื่อกลับมาอ่านทบทวนคำศัพท์ที่เคยจดบันทึกไว้ทั้งหมด

    Tag: