TGAT TPAT คืออะไร สอบอะไรบ้าง สรุปข้อมูลสำคัญที่ควรรู้
สำหรับน้อง ๆ นักเรียนชั้นมัธยมปลายที่กำลังเตรียมตัวก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย การทำความเข้าใจระบบการสอบเป็นกุญแจดอกแรกที่จะไขประตูสู่คณะในฝัน แต่ด้วยชื่อเรียกที่หลากหลายและการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในแต่ละปี อาจทำให้หลายคนเกิดความสับสนว่า TGAT TPAT คืออะไร วิชา TGAT มีอะไรบ้าง และ TPAT มีอะไรบ้าง ที่เราต้องสอบจริง ๆ บทความนี้ได้รวบรวมทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับสนามสอบนี้ไว้ให้แล้ว เพื่อให้น้อง ๆ ได้เตรียมตัวอย่างมั่นใจและไม่พลาดทุกประเด็นสำคัญ
TGAT คืออะไร
TGAT (Thai General Aptitude Test) คือ การสอบวัดความถนัดทั่วไป ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อวัดทักษะพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ในระดับอุดมศึกษา ไม่เน้นการท่องจำเนื้อหาวิชาการแบบเจาะลึก แต่เน้นการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ การคิดวิเคราะห์ และการสื่อสาร ซึ่งคะแนน TGAT มีความสำคัญมากเพราะใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยได้แทบทุกคณะ ไม่ว่าจะเป็นสายวิทย์หรือสายศิลป์ โดยคะแนนมีอายุ 1 ปี
TGAT มีอะไรบ้าง

โครงสร้างข้อสอบ TGAT แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก (TGAT 1, 2, 3) มีคะแนนเต็มรวม 300 คะแนน โดยน้อง ๆ สามารถเลือกสอบได้ทั้งแบบกระดาษและแบบคอมพิวเตอร์
TGAT 1 การสื่อสารภาษาอังกฤษ
วัดทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (English Communication) เน้นการสื่อสารเพื่อความเข้าใจ มากกว่าการท่องจำกฎไวยากรณ์ที่ซับซ้อน ข้อสอบประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก คือ
- ทักษะการพูด (Speaking Skill) 30 ข้อ
- การถาม – ตอบ (Question-Response) 10 ข้อ
- เติมบทสนทนาแบบสั้น (Short conversations) 10 ข้อ
- เติมบทสนทนาแบบยาว (Long conversations) 10 ข้อ
- ทักษะการอ่าน (Reading Skill) 30 ข้อ
- เติมข้อความในเนื้อเรื่องให้สมบูรณ์ (Text completion) 15 ข้อ
- อ่านจับใจความ (Reading comprehension) 15 ข้อ
TGAT 2 การคิดอย่างมีเหตุผลและตรรกะ
วัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการใช้เหตุผล (Critical & Logical Thinking) โดยข้อสอบเป็นแบบปรนัย 5 ตัวเลือก 80 ข้อ 100 คะแนน แบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่
- ความสามารถทางภาษา 20 ข้อ การจับใจความ วิเคราะห์ความหมาย
- ความสามารถทางตัวเลข 20 ข้อ การคำนวณพื้นฐาน อนุกรม การเปรียบเทียบเชิงปริมาณ
- ความสามารถทางมิติสัมพันธ์ 20 ข้อ การมองภาพ รูปทรง การหมุนภาพ
- ความสามารถทางเหตุผล 20 ข้อ การวิเคราะห์ตรรกะ การเชื่อมโยงข้อมูล
TGAT 3 สมรรถนะการทำงานในอนาคต
วัดทัศนคติและพฤติกรรมที่จำเป็นต่อการทำงาน (Future Workforce Competencies) แบ่งเป็น 4 ด้าน คือ
- การสร้างคุณค่าและนวัตกรรม 15 ข้อ การคิดเชิงวิเคราะห์และการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์
- การแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน 15 ข้อ การระบุปัญหาและหาทางออก
- การบริหารจัดการอารมณ์ 15 ข้อ ความเข้าใจตนเองและผู้อื่น
- การเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมของสังคม 15 ข้อ ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
TPAT คืออะไร
TPAT (Thai Professional Aptitude Test) คือ การสอบวัดความถนัดทางวิชาชีพ เน้นวัดทักษะเฉพาะทางที่จำเป็นสำหรับกลุ่มอาชีพหรือคณะนั้น ๆ โดยตรง เช่น แพทย์ วิศวะ สถาปัตย์ ศิลปกรรม หรือครู ซึ่งคะแนนส่วนนี้จะถูกนำไปใช้คัดเลือกในรอบที่มีการกำหนดเกณฑ์เฉพาะทาง
TPAT มีอะไรบ้าง

วิชาสอบ TPAT มีทั้งหมด 5 วิชา โดยน้อง ๆ สามารถเลือกสอบได้ตามคณะที่ต้องการยื่นสมัคร ไม่จำเป็นต้องสอบครบทุกวิชา
TPAT 1 ความถนัดทางแพทยศาสตร์
หรือที่รู้จักกันในชื่อ “วิชาเฉพาะ กสพท” ใช้สำหรับยื่นเข้าคณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ และสัตวแพทยศาสตร์ ประกอบด้วย 3 พาร์ต คือ เชาวน์ปัญญา จริยธรรมทางการแพทย์ และทักษะการเชื่อมโยง
TPAT 2 ความถนัดศิลปกรรมศาสตร์
สำหรับน้อง ๆ ที่อยากเข้าคณะสายศิลปะ ดนตรี และนาฏศิลป์ มีทั้งหมด 150 ข้อ คะแนนเต็ม 100 คะแนน ใช้เวลาสอบ 3 ชั่วโมง ข้อสอบแบ่งเป็น 3 พาร์ตย่อยให้เลือกสอบตามความถนัด ได้แก่
- TPAT 21: ทัศนศิลป์
- TPAT 22: ดนตรี
- TPAT 23: นาฏศิลป์
TPAT 3 ความถนัดด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์
วิชายอดฮิตสำหรับเด็กสายวิทย์และวิศวะ มีทั้งหมด 70 ข้อ คะแนนเต็ม 100 คะแนน ใช้เวลา 3 ชั่วโมง ข้อสอบเน้นการทดสอบ 2 ด้าน คือ
- ด้านความถนัด (Aptitude test): เชิงช่าง มิติสัมพันธ์
- ด้านความคิดและความสนใจ: ข่าวสารวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรม
TPAT 4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรม
ใช้วัดแววความเป็นสถาปนิกเพื่อยื่นเข้าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มีทั้งหมด 80 ข้อ 100 คะแนนเต็ม โดยจะวัดความรู้ทั้งหมด 4 หมวด ได้แก่
- การวัดความรู้ทั่วไปด้านศิลปะและการออกแบบ ที่เกี่ยวข้องกับงานสถาปัตยกรรม ภูมิสถาปัตยกรรม และสถาปัตยกรรมภายใน
- การวัดความรู้ทั่วไปด้านทฤษฎีสีและทฤษฎีด้านความงามทางศิลปะและงานสถาปัตยกรรม
- การวัดความรู้พื้นฐานระบบโครงสร้าง ประเภทและลักษณะโครงสร้าง องค์ประกอบของโครงสร้างทางสถาปัตยกรรม และงานระบบพื้นฐานในงานสถาปัตยกรรม
- การวัดการรับรู้ด้านมิติสัมพันธ์และรูปทรง
TPAT 5 ความถนัดครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์
สำหรับว่าที่แม่พิมพ์ของชาติ ใช้ยื่นสมัครเข้าคณะครู มีทั้งหมด 100 ข้อ คะแนนเต็ม 100 คะแนน ใช้เวลา 3 ชั่วโมง ข้อสอบจะวัด 2 ส่วนสำคัญ คือ
- ความสามารถพื้นฐานทางวิชาชีพครู
- คุณลักษณะความเป็นครู
TGAT TPAT ใช้ยื่นรอบไหน
คะแนนสอบทั้งสองส่วนนี้สามารถใช้ยื่นได้ในระบบ TCAS ครบทั้ง 4 รอบ ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ของแต่ละมหาวิทยาลัย
- รอบ 1 Portfolio
- รอบ 2 Quota
- รอบ 3 Admission: เป็นรอบที่ใช้คะแนน TGAT/TPAT มากที่สุด
- รอบ 4 Direct Admission: ใช้สำหรับเก็บตกในบางคณะที่ยังรับไม่เต็มจำนวน
TGAT TPAT สอบวันไหน
กำหนดการสอบโดยประมาณจะอยู่ในช่วงปลายปี โดยปกติการสอบ TGAT และ TPAT 2-5 จะจัดขึ้นในช่วง เดือนธันวาคม ส่วน TPAT 1 (กสพท) มักจะสอบแยกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ของปีถัดไป แนะนำให้ติดตามปฏิทิน TCAS อย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้พลาดวันสำคัญ
สำหรับ TCAS69 สนาม TGAT / TPAT2-5 สอบวันที่ 13 – 15 ธ.ค. 68 ส่วน TPAT1 สอบวันที่ 14 ก.พ. 69
TGAT ใช้ยื่นคณะอะไรได้บ้าง
คะแนน TGAT ใช้ยื่นได้เกือบทุกคณะ ไม่ว่าจะเป็น
- คณะสายสังคม: บริหารธุรกิจ, บัญชี, เศรษฐศาสตร์, นิเทศศาสตร์, รัฐศาสตร์, นิติศาสตร์
- คณะสายภาษา: อักษรศาสตร์, ศิลปศาสตร์, มนุษยศาสตร์
- คณะสายวิทย์และสุขภาพ: สหเวชศาสตร์, พยาบาลศาสตร์, สาธารณสุขศาสตร์ (บางมหาลัย)
TPAT ใช้ยื่นคณะอะไรได้บ้าง
คะแนน TPAT จะใช้เฉพาะกลุ่มคณะที่ตรงกับวิชาสอบเท่านั้น เช่น
- TPAT 1: แพทย์, ทันตะ, เภสัช, สัตวแพทย์
- TPAT 2: วิจิตรศิลป์, มัณฑนศิลป์, ดุริยางคศิลป์
- TPAT 3: วิศวกรรมศาสตร์, วิทยาศาสตร์, เทคโนโลยีสารสนเทศ
- TPAT 4: สถาปัตยกรรมศาสตร์
- TPAT 5: ครุศาสตร์, ศึกษาศาสตร์
เตรียมความพร้อมสู่รั้วมหาวิทยาลัย เลือกเรียนคณะในฝันที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
ไม่ว่าคะแนนสอบจะออกมาเป็นอย่างไร เส้นทางสู่ความสำเร็จในระดับปริญญาตรียังเปิดกว้างเสมอที่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เราพร้อมสนับสนุนทุกความฝันของน้อง ๆ ด้วยคณะและสาขาวิชาที่ครอบคลุมทั้งสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ บริหารธุรกิจ วิศวกรรมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ นิเทศศาสตร์ นิติศาสตร์ เทคโนโลยี และอีกหลายสาขาที่ออกแบบหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานยุคใหม่
จุดแข็งของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีคือการเรียนที่ไม่หยุดอยู่แค่ในห้องเรียน แต่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง การฝึกทักษะอาชีพ การทำโปรเจกต์ และการเชื่อมต่อกับภาคธุรกิจ เพื่อสร้างประสบการณ์ตรงให้นักศึกษาตั้งแต่ยังเรียนอยู่ เป้าหมายคือทำให้ทุกคน “เรียนจบแล้วทำงานได้จริง” มีทั้งความรู้ ทักษะ และความมั่นใจ พร้อมก้าวเข้าสู่โลกการทำงานอย่างมืออาชีพ
อีกหนึ่งโอกาสสำคัญคือการสนับสนุนด้านการศึกษาด้วยกองทุน กยศ. เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และเปิดโอกาสให้น้อง ๆ สามารถโฟกัสกับการเรียนและการพัฒนาตัวเองได้อย่างเต็มที่ หากกำลังมองหามหาวิทยาลัยที่ให้มากกว่าปริญญา แต่ให้ทั้งโอกาส ประสบการณ์ และอนาคตที่ชัดเจน มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีคือหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม
สรุปบทความ
การรู้ว่า TGAT TPAT คืออะไร และเข้าใจโครงสร้างข้อสอบอย่างละเอียด เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย น้อง ๆ ควรวางแผนการอ่านหนังสือ ฝึกทำโจทย์เก่า และหมั่นอัปเดตข้อมูลข่าวสารการสอบอยู่เสมอ จำไว้ว่าการเตรียมตัวที่ดีจะช่วยลดความประหม่าและเพิ่มโอกาสในการสอบติดคณะในฝันได้มากยิ่งขึ้น ขอให้ทุกคนโชคดีกับการสอบสนามนี้
มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) คือสถาบันการศึกษาที่พร้อมสนับสนุนความสำเร็จในอนาคตของคุณ ด้วยหลักสูตรมืออาชีพที่เปิดกว้างผ่านระบบรับตรงโดยไม่ต้องรอรอบสอบแข่งขัน ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ไม่ว่าจะเรียนภาคปกติหรือหลักสูตรทางไกลสำหรับคนวัยทำงานที่เรียนจบได้ไวภายใน 2-3 ปี พร้อมมีอาจารย์แนะแนวคอยดูแลให้คำปรึกษาตลอดการศึกษา ที่นี่ยังช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้วยสิทธิ์กู้ยืมกองทุน กยศ. และระบบผ่อนชำระค่าเทอม เพื่อให้คุณเริ่มต้นชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยได้อย่างมั่นใจและมีความสุข
- สมัครออนไลน์ : https://bit.ly/bkkthon-blog-footer-b6-7
- Facebook : มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี – BTU Admission
- LINE OA: @bkkthon
- Tel : 098-828-9344
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ TGAT TPAT (FAQ)
TGAT และ TPAT เลือกสอบได้สูงสุดกี่วิชา
น้อง ๆ สามารถเลือกสมัครสอบกี่วิชาก็ได้ตามต้องการ ไม่จำกัดจำนวนสูงสุด แต่แนะนำให้เลือกสอบเฉพาะวิชาที่คณะหรือสาขาที่เราอยากเข้ากำหนดไว้ เพื่อไม่ให้เสียค่าใช้จ่ายและเวลาเตรียมตัวโดยใช่เหตุ
TGAT TPAT สมัครสอบที่ไหน
สมัครสอบได้ที่เว็บไซต์ student.mytcas.com ซึ่งเป็นระบบกลางของ ทปอ. โดยน้อง ๆ ต้องลงทะเบียนสร้างบัญชีผู้ใช้งานก่อน จึงจะสามารถล็อกอินเข้าไปเลือกวิชาและสนามสอบได้
ข้อสอบ TPAT มี 5 รายวิชาอะไรบ้าง
ประกอบด้วย TPAT 1 (ความถนัดแพทย์ กสพท), TPAT 2 (ความถนัดศิลปกรรมศาสตร์), TPAT 3 (ความถนัดวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์), TPAT 4 (ความถนัดสถาปัตยกรรมศาสตร์) และ TPAT 5 (ความถนัดครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์)
คะแนน TPAT3 ควรได้เท่าไหร่
เกณฑ์คะแนนที่ปลอดภัยจะขึ้นอยู่กับการแข่งขันในแต่ละปีและคณะที่เลือก แต่โดยทั่วไปหากได้คะแนน 50-60 คะแนนขึ้นไป ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีและมีลุ้นในหลาย ๆ คณะวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ยอดนิยม
บทความที่เกี่ยวข้อง
Tag: