SAT คืออะไร สรุปข้อมูลสอบ SAT 2026 ครบจบในที่เดียว
การเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยในหลักสูตรนานาชาติหรือหลักสูตรอินเตอร์ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคะแนนสอบระดับสากลถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะเปิดประตูสู่คณะในฝัน และหนึ่งในการสอบที่นักเรียนทั่วโลกคุ้นเคยกันดีก็คือการสอบ SAT แต่สำหรับใครที่กำลังจะลงสนามสอบในปีนี้ อาจจะยังสงสัยว่าตกลงแล้ว SAT คืออะไร รูปแบบการสอบที่เปลี่ยนไปเป็น Digital SAT นั้นมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลอัปเดตล่าสุดมาให้แล้ว
SAT คืออะไร
SAT (Scholastic Assessment Test) คือการทดสอบมาตรฐานระดับสากลที่จัดทำโดย College Board องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรจากสหรัฐอเมริกา ข้อสอบนี้ออกแบบมาเพื่อวัดทักษะทางวิชาการ การใช้เหตุผล และความพร้อมในการศึกษาต่อระดับปริญญาตรี โดยผลคะแนนจะได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในไทยและต่างประเทศ
ปัจจุบันทาง College Board ได้ประกาศยกเลิกการสอบแบบใช้กระดาษและดินสอ (Paper-Based) อย่างเป็นทางการ และปรับเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นการสอบออนไลน์ผ่านอุปกรณ์อย่างคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปหรือแท็บเล็ต ซึ่งเราเรียกรูปแบบใหม่นี้ว่า “Digital SAT” นั่นเอง
Digital SAT ต่างจาก SAT ธรรมดาตรงไหนบ้าง
การปรับเปลี่ยนมาเป็น Digital SAT ไม่ได้เปลี่ยนแค่แพลตฟอร์มการสอบ แต่ยังมาพร้อมกับการปรับปรุงหลายจุดเพื่อลดความเครียดและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้เข้าสอบ โดยมีข้อแตกต่างที่สำคัญดังนี้
- ใช้เวลาน้อยลง: จากเดิมที่ต้องนั่งสอบยาวนานเกือบ 3 ชั่วโมง Digital SAT ปรับลดเวลาลงเหลือประมาณ 2 ชั่วโมง 14 นาทีเท่านั้น
- รูปแบบข้อสอบแบบ Adaptive Test: ระบบจะปรับความยากของข้อสอบใน Module ที่ 2 ให้สอดคล้องกับผลคะแนนที่ผู้เข้าสอบทำได้ใน Module แรก แปลว่าถ้าคุณทำส่วนแรกได้ดี ข้อสอบส่วนหลังจะท้าทายขึ้นและมีโอกาสทำคะแนนได้สูงขึ้น
- ตัวช่วยในโปรแกรมสอบ: โปรแกรมสอบ (Bluebook) จะมีเครื่องมืออำนวยความสะดวกในตัว เช่น นาฬิกาจับเวลา เครื่องคิดเลขกราฟิก (Graphing Calculator) และฟังก์ชัน Mark for Review สำหรับมาร์กข้อที่ต้องการกลับมาคิดทบทวน
ข้อสอบ Digital SAT สอบอะไรบ้าง

แม้รูปแบบจะเปลี่ยนไป แต่โครงสร้างหลักของวิชาที่สอบยังคงแบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์
SAT Verbal (Reading and Writing)
หลายคนสงสัยว่า ในพาร์ทนี้ SAT สอบอะไรบ้าง ที่เห็นได้ชัดคือความเปลี่ยนแปลงของบทความ (Passage) จากเดิมที่มีความยาวเกือบพันคำและต้องตอบคำถามหลายข้อต่อเนื่องกัน ปัจจุบันจะถูกย่อให้สั้นลงเหลือประมาณ 25-150 คำ และ 1 บทความจะใช้สำหรับตอบคำถามเพียง 1 ข้อเท่านั้น ข้อสอบจะวัดทักษะทั้งด้านการจับใจความ การอนุมาน โครงสร้างประโยค และการใช้ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษอย่างถูกต้อง รวมทั้งหมด 54 ข้อ ให้เวลา 64 นาที
SAT Math (คณิตศาสตร์)
พาร์ทคณิตศาสตร์ยังคงเน้นเนื้อหาเกี่ยวกับพีชคณิต เรขาคณิต สถิติ และกราฟฟังก์ชัน โดยยกเลิกเนื้อหาเรื่องจำนวนเชิงซ้อน (Complex Number) ออกไป ที่สำคัญคือในระบบ Digital SAT ผู้เข้าสอบสามารถใช้เครื่องคิดเลขได้ตลอดเวลาทั้งพาร์ท ไม่มีการแบ่งเป็นส่วนที่ห้ามใช้เครื่องคิดเลขเหมือนแต่ก่อน รวมทั้งหมด 44 ข้อ ให้เวลา 70 นาที
คะแนน SAT เต็มเท่าไหร่
ระบบการให้คะแนนยังคงยึดมาตรฐานเดิมคือ คะแนนเต็มรวม 1600 คะแนน แบ่งเป็นพาร์ท Reading & Writing 800 คะแนน และพาร์ท Math 800 คะแนน โดยทั่วไปแล้วมหาวิทยาลัยหลักสูตรอินเตอร์ชั้นนำมักจะกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำไว้ที่ 1200-1300 คะแนนขึ้นไป ขึ้นอยู่กับคณะและสาขาวิชา
วิธีการสมัครสอบ SAT

การสมัครสอบสามารถทำได้ง่าย ๆ ผ่านระบบออนไลน์ โดยมีขั้นตอนดังนี้
- เข้าไปที่เว็บไซต์หลักของ College Board (https://satsuite.collegeboard.org/sat) เพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้
- กรอกข้อมูลส่วนตัว ประวัติการศึกษา และอัปโหลดรูปถ่ายที่เห็นใบหน้าชัดเจน
- เลือกวันและสนามสอบที่ต้องการ ซึ่งในประเทศไทยมีศูนย์สอบรองรับหลายแห่งทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดใหญ่ ๆ
- ชำระค่าธรรมเนียมการสอบผ่านบัตรเครดิตหรือ PayPal (ค่าสอบประมาณ 100.50 USD)
- พิมพ์ Admission Ticket เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในวันสอบ
อัปเดตตารางสอบ SAT 2026
ทาง College Board มักจะจัดการสอบประมาณ 4-5 รอบต่อปี สำหรับตารางสอบในช่วงปี 2026 ที่ประกาศออกมาเบื้องต้นมีดังนี้
| SAT Test Date | Registration Deadline | Late Registration & Testing Changes Deadline |
| March 14, 2026 | Feb. 27, 2026 | March 3, 2026 |
| May 2, 2026 | Apr. 17, 2026 | April 21, 2026 |
| June 6, 2026 | May 22, 2026 | May 26, 2026 |
ทั้งนี้ควรตรวจสอบตารางและกำหนดการรับสมัครที่แน่นอนอีกครั้งผ่านเว็บไซต์ของ College Board เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
แนะนำการเตรียมตัวก่อนสอบ SAT
การทำข้อสอบที่เป็นแบบ Adaptive Test ต้องอาศัยทั้งความแม่นยำและความเร็ว การเตรียมตัวที่ดีที่สุดเพื่อให้ได้คะแนนตามเป้าหมายสามารถทำได้ตามแนวทางดังต่อไปนี้
- ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Bluebook ซึ่งเป็นโปรแกรมสอบจริงมาจำลองทำข้อสอบหรือ Practice Test เพื่อประเมินความสามารถของตัวเอง
- ทำความคุ้นเคยกับหน้าต่างโปรแกรม ฝึกการทำงานแข่งกับเวลา และทดลองใช้เครื่องมือช่วยเหลือต่าง ๆ ให้คล่องมือก่อนลงสนามจริง
- ฝึกทำโจทย์จากข้อสอบเก่าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ชินกับแนวคำถามและสามารถวิเคราะห์โจทย์ที่ซับซ้อนได้รวดเร็วขึ้น
- ท่องจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษระดับสูง ควบคู่ไปกับการฝึกอ่านบทความสั้น เพื่อลดข้อผิดพลาดในพาร์ท Reading และเพิ่มความแม่นยำในการเลือกคำตอบ
หมดกังวลเรื่องการสอบแข่งขัน มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี รับตรง ไม่ต้องใช้คะแนน
สำหรับน้อง ๆ ที่อาจจะรู้สึกกดดันกับการเตรียมตัวสอบแข่งขัน หรือกังวลว่าคะแนนสอบระดับสากลอาจจะยังไม่ถึงเกณฑ์ที่คาดหวัง มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีเปิดกว้างทางการศึกษาผ่านระบบการรับตรงโดยไม่ต้องยื่นคะแนนสอบส่วนกลาง ทางมหาวิทยาลัยมุ่งเน้นการพิจารณาจากศักยภาพและความตั้งใจจริงของผู้เรียนเป็นหลัก เพื่อให้ทุกคนได้รับโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและสามารถก้าวเข้าสู่หลักสูตรปริญญาตรีที่ใฝ่ฝันได้อย่างมั่นใจ
ไม่เพียงแค่การปูพื้นฐานในระดับป.ตรีเท่านั้น แต่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรียังพร้อมสนับสนุนความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง สำหรับใครที่วางแผนอยากอัปเกรดความรู้และฐานเงินเดือน ก็สามารถเลือกเรียนปริญญาโทในสาขาที่ตลาดแรงงานต้องการได้ทันที และหากคุณเป็นคนวัยทำงานที่คิวงานรัดตัว ทางมหาวิทยาลัยก็มีหลักสูตรทางไกลที่เปิดโอกาสให้คุณจัดสรรเวลาเรียนจากที่ไหนก็ได้ ช่วยให้การเรียนและการทำงานดำเนินควบคู่กันไปได้อย่างลงตัว เรียกว่าเข้ามาที่เดียวจบครบทุกความต้องการด้านการศึกษาและพร้อมผลักดันคุณสู่ความสำเร็จในทุกช่วงวัย
แบบฟอร์มสมัครเรียน
สรุปบทความ
การปรับเปลี่ยนมาเป็น Digital SAT ถือเป็นข้อได้เปรียบที่ช่วยลดความกดดันด้านเวลาและความยืดเยื้อของข้อสอบลงไปได้มาก ขอเพียงแค่วางแผนอ่านหนังสือให้ตรงจุด ฝึกซ้อมทำข้อสอบผ่านระบบคอมพิวเตอร์ให้ชินมือ การคว้าคะแนนสูง ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถอย่างแน่นอน
หากคุณกำลังมองหาสถานศึกษาที่เพียบพร้อมไปด้วยหลักสูตรที่ทันสมัยทั้งในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท โดยเน้นการฝึกทักษะเพื่อการทำงานจริง มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี พร้อมเปิดประตูต้อนรับทุกคนเข้าสู่ครอบครัวของเรา สามารถสอบถามรายละเอียดหลักสูตรและการสมัครเรียนได้ตามช่องทางด้านล่างนี้
- สมัครออนไลน์ : https://bit.ly/bkkthon-blog-footer-aseo-feb-6
- Facebook : มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี – BTU Admission
- LINE OA: @bkkthon
- Tel : 098-828-9344
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ข้อสอบ SAT กับ ACT แตกต่างกันอย่างไร
ทั้งสองเป็นการสอบมาตรฐานเพื่อยื่นเข้ามหาวิทยาลัยเหมือนกัน แต่ SAT จะเน้นการวัดทักษะคณิตศาสตร์และการอ่านวิเคราะห์ โดยไม่มีพาร์ทวิทยาศาสตร์ ในขณะที่ ACT จะใช้ทดสอบความรู้ในเชิงวิชาการและการให้เหตุผล และจะมีพาร์ทวิทยาศาสตร์เพิ่มเข้ามา
สอบ SAT สามารถเก็บคะแนนไว้ใช้ได้กี่ปี
ผลคะแนนจะมีอายุการใช้งาน 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ประกาศผลสอบ
ในการสอบ Digital SAT สามารถนำเครื่องคิดเลขของตัวเองเข้าห้องสอบได้หรือไม่
ผู้เข้าสอบสามารถนำเครื่องคิดเลขส่วนตัวที่ตรงตามเงื่อนไขของ College Board เข้าไปใช้ในห้องสอบได้
บทความที่เกี่ยวข้อง
Tag: