วิศวกรรมโยธา จบมาทำงานอะไร เรียนยากไหม อยากเป็นวิศวกรต้องรู้!
หากพูดถึงอาชีพที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างบ้านเมืองและพัฒนาประเทศ หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของ “วิศวกรโยธา” ติดโผอยู่อย่างแน่นอน เพราะทุกตึกสูงเสียดฟ้า ทุกสะพานข้ามแม่น้ำ และทุกถนนที่เราสัญจร ล้วนมาจากมันสมองและสองมือของพวกเขา แต่สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังสนใจอยากเดินบนเส้นทางนี้ อาจมีคำถามคาใจมากมายว่า วิศวกรรมโยธา เรียนเกี่ยวกับอะไรกันแน่ ต้องเก่งคำนวณขนาดไหน และจบไปแล้วจะมีงานทำจริงไหม บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกซอกทุกมุมของคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขายอดฮิตนี้ เพื่อให้ทุกคนได้คำตอบที่ชัดเจนและเตรียมตัวได้อย่างมั่นใจ
วิศวกรรมโยธาคืออะไร
วิศวกรรมโยธา (Civil Engineering) คือศาสตร์ทางวิศวกรรมที่เก่าแก่และกว้างขวางที่สุดสาขาหนึ่ง เกี่ยวข้องโดยตรงกับการออกแบบ ก่อสร้าง และดูแลรักษาโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นอาคารบ้านเรือน ตึกสูง เขื่อน ถนน สะพาน อุโมงค์ ระบบขนส่งมวลชน ไปจนถึงระบบสาธารณูปโภคอย่างระบบระบายน้ำและระบบประปา หน้าที่ของวิศวกรโยธาจึงไม่ใช่แค่การสร้างสิ่งก่อสร้างให้เสร็จ แต่ต้องคำนวณและวิเคราะห์เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งเหล่านั้นจะมีความแข็งแรง มั่นคง ปลอดภัย และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
วิศวกรรมโยธา มีสาขาวิชาย่อยอะไรบ้าง

ความรู้ด้านวิศวกรรมโยธานั้นกว้างมาก จึงมีการแบ่งออกเป็นสาขาเฉพาะทางเพื่อให้วิศวกรมีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ดังนี้
1. วิศวกรรมโครงสร้าง (Structural Engineering)
เรียนเกี่ยวกับการคำนวณและออกแบบโครงสร้างรับน้ำหนัก (เสา คาน พื้น ฐานราก) ให้มีความแข็งแรง มั่นคง และปลอดภัยตามมาตรฐานวิศวกรรม ไม่ว่าจะเป็นอาคารสูงระฟ้า สะพานข้ามแม่น้ำยาวเหยียด หรือโรงงานอุตสาหกรรม นอกจากต้องคำนวณการรับน้ำหนักของตัวอาคารแล้ว ยังต้องวิเคราะห์แรงกระทำภายนอกอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น แรงลมพายุ แผ่นดินไหว หรือแรงสั่นสะเทือน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยมั่นใจในความปลอดภัยสูงสุด
2. วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม (Environmental Engineering)
เป็นการผสมผสานองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมโยธาเข้ากับวิทยาศาสตร์และเคมี เพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการก่อสร้างและการขยายตัวของเมือง หน้าที่หลักคือการออกแบบระบบบำบัดน้ำเสียให้ได้มาตรฐานก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ การวางแผนระบบจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย รวมถึงการควบคุมมลพิษทางอากาศและเสียงจากโรงงานอุตสาหกรรมหรือไซต์งานก่อสร้าง เพื่อให้การพัฒนาเมืองเดินหน้าควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
3. วิศวกรรมก่อสร้างและการจัดการ (Construction Engineering and Management)
เรียนเกี่ยวกับการบริหารจัดการหน้างาน (Site Management) ตั้งแต่การวางแผนขั้นตอนการก่อสร้าง การจัดสรรกำลังคนและเครื่องจักรกลหนัก การบริหารจัดการวัสดุอุปกรณ์ไม่ให้ขาดแคลน ไปจนถึงการควบคุมงบประมาณและเวลาให้เป็นไปตามเป้าหมาย นอกจากนี้ยังต้องมีความรู้เรื่องกฎหมายสัญญาจ้างและความปลอดภัยในไซต์งาน เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและทำให้โครงการสำเร็จลุล่วงได้อย่างราบรื่น
4. วิศวกรรมทรัพยากรน้ำ (Water Resource engineering)
เป็นสาขาที่ดูแลเรื่องการบริหารจัดการ “น้ำ” ในภาพรวมทั้งหมด ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์วัฏจักรของน้ำ (อุทกวิทยา) การออกแบบระบบระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมขังในเขตเมือง การจัดสรรและวางระบบส่งน้ำเพื่อการเกษตร ไปจนถึงการออกแบบโครงสร้างทางชลศาสตร์ขนาดใหญ่ เช่น เขื่อน ฝาย ประตูระบายน้ำ และอ่างเก็บน้ำ เพื่อให้มีน้ำใช้เพียงพอและลดความเสียหายจากอุทกภัย
5. วิศวกรรมขนส่ง (Transportation Engineering)
เรียนเกี่ยวกับการวางแผน ออกแบบ และจัดการระบบการเดินทางของผู้คนและสินค้า ครอบคลุมตั้งแต่โครงข่ายถนน ทางด่วน ทางรถไฟ ระบบขนส่งสาธารณะ ไปจนถึงสนามบินและศูนย์คมนาคม ผู้เรียนจะได้เรียนเรื่องพฤติกรรมการเดินทาง การคำนวณปริมาณจราจร การออกแบบเส้นทางให้ปลอดภัย การจัดผังเมืองด้านคมนาคม รวมถึงการวิเคราะห์ปัญหารถติดและอุบัติเหตุ เพื่อนำข้อมูลมาสร้างระบบขนส่งที่เชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ เดินทางได้สะดวก และรองรับการเติบโตของเมืองในอนาคต
6. วิศวกรรมธรณีเทคนิค (Geotechnical engineering)
เรียนเกี่ยวกับดิน หิน และสภาพชั้นดินใต้พื้นผิว ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของงานก่อสร้าง ผู้เรียนจะได้ศึกษาคุณสมบัติของดิน การรับน้ำหนัก การทรุดตัว และความมั่นคงของชั้นดิน เพื่อนำไปใช้ในการออกแบบฐานราก เสาเข็ม งานขุดดิน งานเขื่อน อุโมงค์ และโครงสร้างใต้ดิน รวมถึงการปรับปรุงคุณภาพดินให้เหมาะกับการก่อสร้าง เนื้อหาจะผสมทั้งการทดลองในห้องแล็บ การสำรวจภาคสนาม และการคำนวณทางวิศวกรรม เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมของดินอย่างเป็นระบบ
7. วิศวกรรมธรณี (Geological engineering)
เรียนเกี่ยวกับการนำความรู้ธรณีวิทยามาประยุกต์ใช้กับงานวิศวกรรม ผู้เรียนจะได้ศึกษาโครงสร้างของเปลือกโลก ชนิดของหิน แร่ และกระบวนการทางธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว ดินถล่ม หรือการกัดเซาะ พร้อมเรียนการประเมินพื้นที่ก่อสร้าง การเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติ และการวิเคราะห์ความเสถียรของภูมิประเทศ เพื่อใช้ในการออกแบบโครงการก่อสร้าง เหมืองแร่ และโครงสร้างพื้นฐาน โดยเน้นความปลอดภัยและการลดความเสี่ยงจากภัยธรณี
8. วิศวกรรมสำรวจ (Survey Engineering)
เรียนเกี่ยวกับการวัด รังวัด และจัดทำข้อมูลพื้นที่เพื่อใช้เป็นฐานของงานออกแบบและก่อสร้าง ผู้เรียนจะได้ศึกษาเรื่องการกำหนดพิกัด การวัดระยะ ระดับความสูง การทำแผนที่ และการจัดเก็บข้อมูลเชิงพื้นที่ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีอย่างกล้องสำรวจ ดาวเทียม GPS/GNSS โดรน และระบบ GIS เพื่อสร้างแบบจำลองพื้นที่ที่แม่นยำ ความรู้ในสาขานี้ช่วยให้การวางผังโครงการ การออกแบบ และการก่อสร้างสามารถอ้างอิงตำแหน่งจริงได้อย่างถูกต้อง
วิศวกรรมโยธาเรียนกี่ปี และโครงสร้างการเรียนเป็นอย่างไร
หลักสูตรวิศวกรรมโยธา ระดับปริญญาตรีจะใช้เวลาเรียนทั้งหมด 4 ปี มีลำดับการเรียนรู้ดังนี้
- ปีที่ 1 (ปูพื้นฐาน) เรียนวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์พื้นฐาน เช่น แคลคูลัส (Calculus), ฟิสิกส์ (Physics), เคมี และวิชาพื้นฐานวิศวกรรม เช่น เขียนแบบวิศวกรรม (Engineering Drawing)
- ปีที่ 2 (เข้าสู่วิชาภาค) เริ่มเรียนวิชาแกนของโยธา เช่น กลศาสตร์วิศวกรรม, การสำรวจ, วัสดุวิศวกรรม และปฐพีกลศาสตร์ (Soil Mechanics)
- ปีที่ 3 (เจาะลึกเฉพาะทาง) เรียนวิชาออกแบบและวิเคราะห์ขั้นสูง เช่น การออกแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก, วิศวกรรมชลศาสตร์, วิศวกรรมการทาง และวิศวกรรมโครงสร้าง
- ปีที่ 4 (ปฏิบัติจริง) ทำโครงงานวิศวกรรม (Project) ที่ต้องใช้ความรู้ทั้งหมดมาประยุกต์ใช้ และการฝึกงานสหกิจศึกษาในสถานที่จริง
วิศวกรรมโยธา จบไปทำงานอะไรได้บ้าง

บัณฑิตที่จบสาขานี้เป็นที่ต้องการของตลาดงานสูงมาก สามารถเลือกทำงานอาชีพที่น่าสนใจได้หลากหลายทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น
- วิศวกรโครงสร้าง ออกแบบและคำนวณโครงสร้างอาคาร
- วิศวกรควบคุมงาน (Site Engineer) ควบคุมการก่อสร้างหน้างานให้ถูกต้องตามแบบ
- วิศวกรประเมินราคา คำนวณต้นทุนและปริมาณวัสดุที่ใช้ในโครงการ
- วิศวกรสำรวจ ทำงานด้านแผนที่และการรังวัดที่ดิน
- วิศวกรโครงการ (Project Engineer) บริหารจัดการภาพรวมของโครงการก่อสร้าง
- รับราชการ ในหน่วยงานกรมทางหลวง, กรมชลประทาน, กรมโยธาธิการและผังเมือง
อยากเป็นวิศวกรโยธา เตรียมตัวอย่างไรดี
สำหรับผู้ที่มีความฝันอยากเป็นวิศวกรโยธา มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีเปิดรับนักศึกษาใหม่ผ่านระบบ “รับตรง ” โดยสามารถยื่นใบสมัครเข้าศึกษาต่อคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา ได้ทันที โดยไม่ต้องใช้คะแนนสอบ TGAT, TPAT หรือ A-Level ทำให้เส้นทางการเข้าศึกษามีความยืดหยุ่นมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นเส้นทางวิศวกรโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการแข่งขันของคะแนนสอบส่วนกลาง
เรียนวิศกรรมโยธาที่ไหนดี
สำหรับน้อง ๆ ที่มีความฝันอยากเป็นวิศวกรและกำลังมองหาสถานที่ศึกษาต่อที่พร้อมปั้นคุณให้เป็น “วิศวกรนักปฏิบัติ” ที่เก่งทั้งทฤษฎีและเชี่ยวชาญหน้างานจริง หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมโยธา (Bachelor of Engineering Program in Civil Engineering) ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี คือคำตอบที่ใช่สำหรับคุณ เรามุ่งเน้นการผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถทันต่อเทคโนโลยีการก่อสร้างสมัยใหม่ พร้อมด้วยคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิและอุปกรณ์การเรียนที่ครบครัน เพื่อให้มั่นใจว่านักศึกษาทุกคนจะก้าวออกไปเป็นวิศวกรคุณภาพที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน
- หลักสูตรได้มาตรฐานสภาวิศวกร หลักสูตรของเราผ่านการรับรอง เมื่อเรียนจบแล้วสามารถยื่นขอสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กว.) ได้ ซึ่งเป็นใบเบิกทางสำคัญในการทำงานสายโยธา
- เน้นปฏิบัติจริง เราเชื่อว่าวิศวกรที่ดีต้องทำเป็น ไม่ใช่แค่รู้ทฤษฎี เราจึงมีห้องปฏิบัติการ (Lab) ที่ทันสมัยและครบครันที่สุดแห่งหนึ่ง ทั้งแล็บปฐพีกลศาสตร์ แล็บทดสอบวัสดุคอนกรีต แล็บชลศาสตร์ และเครื่องมือสำรวจเทคโนโลยีสูง ให้นักศึกษาได้ลงมือทำจริงทุกขั้นตอน
- โอกาสฝึกงานหลากหลาย นักศึกษาสามารถเข้าฝึกงานและสหกิจศึกษา เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์จริงและเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่โลกการทำงานอย่างมืออาชีพ
สรุปบทความ
วิศวกรรมโยธาเป็นสาขาอาชีพที่มีความมั่นคงและมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ การเรียนในสาขานี้แม้จะต้องเจอเนื้อหาการคำนวณที่ท้าทาย แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือความภาคภูมิใจในการเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์สิ่งปลูกสร้างที่ยิ่งใหญ่ หากน้อง ๆ มีความชอบในการคำนวณ หลงใหลในงานโครงสร้าง และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เส้นทางสู่การเป็นวิศวกรโยธาก็เปิดกว้างรอต้อนรับทุกคนอยู่เสมอ
มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) คือสถาบันการศึกษาที่พร้อมสนับสนุนความสำเร็จในอนาคตของคุณ ด้วยหลักสูตรมืออาชีพที่เปิดกว้างผ่านระบบรับตรงโดยไม่ต้องรอรอบสอบแข่งขัน ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ไม่ว่าจะเรียนภาคปกติหรือหลักสูตรทางไกลสำหรับคนวัยทำงานที่เรียนจบได้ไวภายใน 2-3 ปี พร้อมมีอาจารย์แนะแนวคอยดูแลให้คำปรึกษาตลอดการศึกษา ที่นี่ยังช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้วยสิทธิ์กู้ยืมกองทุน กยศ. และระบบผ่อนชำระค่าเทอม เพื่อให้คุณเริ่มต้นชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยได้อย่างมั่นใจและมีความสุข
- สมัครออนไลน์ : https://bit.ly/bkkthon-blog-footer-b6-5
- Facebook : มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี – BTU Admission
- LINE OA: @bkkthon
- Tel : 098-828-9344
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิศกรรมโยธา (FAQ)
วิศวกรรมโยธาเรียนยากไหม
ความยากอยู่ที่วิชาคำนวณและการวิเคราะห์โครงสร้าง แต่ถ้าใครมีพื้นฐานคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ดี หรือมีความพยายามตั้งใจจริง ก็สามารถเรียนได้จนจบแน่นอน
ผู้หญิงเรียนวิศวกรรมโยธาได้ไหม และทำงานลำบากหรือไม่
ผู้หญิงเรียนโยธาได้แน่นอน ปัจจุบันมีวิศวกรหญิงประสบความสำเร็จมากมาย ทั้งในงานออกแบบที่ต้องใช้ความละเอียด หรืองานบริหารโครงการ งานหน้างานอาจจะร้อนและลุยบ้าง แต่ไม่ได้เกินความสามารถ และบริษัทส่วนใหญ่ก็ยินดีรับวิศวกรหญิงเข้าทำงาน
จบวิศวกรรมโยธา จำเป็นต้องมีใบ กว. (ใบประกอบวิชาชีพ) ไหม
ผู้ที่ทำงานสายวิศวกรรมโยธาจำเป็นต้องมีใบประกอบวิชาชีพวิศวกร หรือใบกว.
บทความที่เกี่ยวข้อง
Tag: